รีวิวเกม: Ragnarok Begin – สู่สงคราม 100 ปีก่อนเหตุการณ์ RO

หนึ่งในแฟนไชส์ระดับตำนานที่อยู่คู่กับวงการเกมออนไลน์มาอย่างยาวนานอย่าง Ragnarok Online ล่าสุดก็ได้มีการเปิดตัวเกมใหม่จากจักรวาลดังกล่าวอีกหนึ่งเกมแล้วกับ Ragnarok Begin (West) โดยวันนี้ผมก็จะมาพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับตัวเกมดังกล่าวกันว่ามันเป็นยังไงหรือมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง เผื่อจะเป็นทางเลือกให้เพื่อนๆ คนอื่นได้ว่าจะเล่นดีหรือไม่น่ะเองครับ

เกมนี้คือเกมอะไรกันล่ะ?

ตัวเกม Ragnarok Begin (ในกรณีนี้ West คือโซนเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดครับ) นั้นเป็นผลงานเกมที่ถูกพัฒนาและจัดจำหน่ายโดยทางค่าย Gravity Interactive ค่ายเกมชื่อดังที่แฟนเกมบ้านเราน่าจะคุ้ยเคยกันดีน่ะเอง ซึ่งตัวเกมดังกล่าวนั้นก็ได้มีการนำเอาเนื้อหาจากเกมออนไลน์ชื่อดังอย่าง Ragnarok Online มาถ่ายทอดใหม่ในสไตล์เกมรูปแบบ 2.5D พร้อมกับสไตล์การเล่นแบบ Side Scrolling ARPG 

โดยตัวเกม Ragnarok Begin (West) นี้ได้มีการเปิดให้บริการบนทั้งสมาร์ทโฟน IOS & Android พร้อมกันกับฝั่ง PC เลยด้วย ซึ่งปัจจุบันทางตัวเกมก็ได้มีการเปิดให้เฉพาะในสโตร์ฝั่งนอกเท่านั้นส่วนบ้านเรายังไม่เปิดแต่อย่างใด ทำให้ใครที่จะเล่นบนสมาร์ทโฟนก็อาจต้องหาวิธีมุดไปดาวน์โหลดมาเล่นหรือไม่ก็หาตัวติดตั้ง APK มาแทน ส่วนฝั่ง PC ก็สามารถดาวน์โหลดลันเชอร์จากหน้าเว็บได้โดยตรงไม่ต้องมุดแต่อย่างใดครับผม

เอาล่ะแนะนำเกมคร่าวๆ แล้วทีนี้เรามาดูเกี่ยวกับตัวเกมกันบ้างดีกว่าว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง


เนื้อเรื่องและจุดเชื่อมโยมกับ Ragnarok Online

อย่างแรกเลยที่น่าสนใจของตัวเกมนี้ก็คือ “เนื้อเรื่อง” ครับ ที่ตัวเกมภาค Begin นี้จะมีไทม์ไลน์อยู่ในช่วง 100 ปีก่อนหน้าเหตุการณ์ในเกม Ragnarok Online ว่าถึงช่วงความขัดแย้งระหว่างสาธารณรัฐ Schwarzwald และ อาณาจักร Rune-Midgard ที่เริ่มมีความหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลให้เกิดเหตุการณ์อื่นตามมาในภายหลังน่ะเองครับ

โดยตัวของเรานั้นจะได้รับบทเป็น “นักผจญภัยมือใหม่” ผู้ได้รับภารกิจแรกในการคุ้มกันกองคาราวานกับการส่งตัวบุคคลปริศนาคนหนึ่งไปยังจุดหมาย และในระหว่างการคุ้มกันนั้นเองตัวคุณก็ได้ถูกลากเข้าไปพัวพันกับสงครามระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งปลายทางของเส้นทางนี้มันก็จะนำคุณไปสู่สงครามครั้งสุดท้ายหรือ Ragnarok นั่นเองครับ

ตรงเนื้อเรื่องนี้ถ้าใครเคยเล่น Ragnarok Online แล้วชอบอ่านพวกเนื้อเรื่องหรือ Lore ต่างๆ ในเกมล่ะก็ คุณจะได้พบมันค่อนข้างเยอะภายใน Begin พอสมควรเลยล่ะครับ ทั้งตัวละครที่ถูกจารึกเป็นตำนาน, ดินแดนโน้นนี้, สงครามอันเลื่องชื่อ คือถ้าเกิดใครเป็นคนเสพเนื้อเรื่องน่าจะชอบกันตรงนี้ไม่มากก็น้อยล่ะครับ


ระบบเกมเพลย์ของตัวเกมเป็นยังไง

ทางด้านเกมเพลย์ของ Ragnarok Begin นั้นก็ตามที่บอกไปด้านบนเลยครับคือมาในสไตล์ของ Side Scrolling + Action RPG หรือก็คือ “เกมแอ็คชั่นมุมมองด้านข้าง” นั่นเอง ซึ่งด้านข้างที่ว่านี้จะไม่ได้ตายตัวแค่ ซ้าย – ขวา เท่านั้นนะเพราะเรายังสามารถเดินขึ้นเดินลงได้อยู่จึงทำให้พอมีพื้นการเล่นบ้างไม่ได้ล็อคตายตัวแบบเกม Side Scroll บางเกมครับผม ตรงนี้ถ้าใครนึกไม่ออกให้ลองนึกเกมออนไลน์อย่าง Dragonica ดูก็ได้ครับน่าจะเห็นภาพชัดเจนที่สุดแล้ว

ส่วนแนวทางการเล่นของตัวเกมคือ “เกมเก็บเลเวล” นั่นล่ะครับที่ในช่วงแรกเราจะต้องรับเควสทำโน่นทำนี่ไปก่อนทั้งการ ฝึกสอน, เก็บเลเวล, เนื้อเรื่อง, เปลี่ยนอาชีพ จิปาถะ ไปจนถึงระดับนึงมันจะมีช่วงที่เควสเริ่มมีเพดานเลเวลโผล่มา เช่นเควสนี้จบที่ 20 แต่เควสต่อไป 25 เราก็ต้องไปนั่งไล่เก็บเวลให้ถึงจึงไปต่อได้น่ะเองครับ ซึ่งในช่วงเพดานเลเวลนี้เราอาจไปหาทำกิจกรรมอย่างอื่นแทนได้เพราะในเกมก็มีอะไรให้ทำค่อนข้างหลายอย่างพอสมควรเลยล่ะ

ทางด้านแนวทางของตัวเกมนี้ถ้าเอาจริงๆ มันก็เหมือนกับเกมอื่นๆ ในจักรวาล Ragnarok Online นั้นล่ะครับ เก็บเลเวล เปลี่ยนอาชีพ หาของ ลงดันลง PVP อะไรก็ว่าไป ซึ่งจุดที่แตกต่างออกไปคงมีแค่การเปลี่ยนมาเป็น Side Scrolling เท่านั้นล่ะและอีกสิ่งหนึ่งที่พบได้แทบทุกเกมมือถือ RO เลยคือ “ระบบสเตมิน่า” น่ะเองครับ


เกี่ยวกับตัวละครและคลาสอาชีพ

สำหรับคลาสอาชีพนั้นในตอนแรกตัวละครที่เราสร้างออกมานั้นจะเป็นคลาส Novice ซึ่งเราต้องทำเควสไล่ตีมอนไปจนกว่าเลเวล 10 ทางตัวเกมจึงจะมีตัวเลือกอาชีพมาให้เราเปลี่ยนได้ครับ โดยคลาสที่เราเปลี่ยนได้นั้นจะมีแค่ 4 คลาสเท่านั้นคือ Swordsman – นักดาบ, Archer – นักธนู, Acolyte – นักบวช และ Magician – นักเวทย์ หลังจากเราเปลี่ยนคลาสเรียบร้อยปุปนอกจากเลเวลตัวละครแล้วทางตัวเกมจะมีในส่วนของ Job Level มาให้เราเก็บเพิ่มอีกต่อนึง ซึ่งแน่นอนครับว่าเราก็ต้องเก็บเจ้าเลเวลจ็อบนี้ไปจนกว่าถึงกำหนดจึงจะเปลี่ยนคลาสต่อไปได้น่ะเอง สไตล์เดียวกับ RO ต้นฉบับเลย

ทางด้านรูปลักษณ์ตัวละครนั้นในขั้นตอนการสร้างเราจะปรับได้แค่ 4 อย่างเท่านั้นครับคือ เพศตัวละคร, ทรงผม, สีผม และ ใบหน้า แถมตัวเลือกยังมีค่อนข้างน้อยเลยด้วยล่ะนะ แต่ก็อย่าพึ่งเสียใจไปเพราะเมื่อเราเล่นไปถึงเลเวล 20 ก็จะมีการปลดล็อคฟังค์ชั่น Customization โผล่มาให้เราสามารถปรับแต่งได้เพิ่ม แถมยังมีพวกใบหน้า-ทรงผม-สีผม ใหม่ๆโผล่มาให้เราเลือกได้ด้วยแต่ก็ต้องแลกมากับการหาไอเทมมาแทนล่ะนะซึ่งตรงนี้ส่วนใหญ่เราก็สามารถหาในเกมได้เลยครับไม่ต้องเติมให้วุ่นวายแต่อย่างใด (นอกจากพวกของลิมิเต็ดหรือพิเศษจริงๆ ล่ะนะ)

ในส่วนของตัวละครและคลาสอาชีพก็คงเรียกได้ว่าไม่ต่างจากเกมอื่นของ RO เลยล่ะครับ ถ้าจะมีต่างจริงๆ คงเป็นพวก “ชุดคอสตูม” มากกว่าที่เกมนี้ทำออกมาค่อนข้างอลังการพอสมควรเลยล่ะนะ แต่ก็นั่นละครับขึ้นชื่อว่าของสวยๆ งามๆ ยังไงมันก็ต้องเปย์อยู่ดีละนะ


นอกจากเก็บเลเวลแล้วมีอะไรให้ทำอีกบ้าง

ถ้าไม่นับเรื่องของการทำเควสหรือเก็บเลเวลแล้วในเกมยังมีอย่างอื่นให้ทำบ้างรึเปล่า? คำตอบคือมีครับไม่ว่าจะเป็น การทำงานสายอาชีพ ขุดแร่ – เก็บผัก – ทำอาหาร, การคราฟอุปกรณ์, การล่าบอส-มินิบอส, ปีนหอคอย, ล่าค่าหัว, PVP หรือแม้แต่พวก “ระบบบ้าน” ที่ให้เราเข้าไปแต่งบ้านเป็นของเราได้ตามใจชอบก็มีมาให้ด้วยล่ะนะ

แน่นอนครับว่าตามสไตล์เกมมือถือฟีเจอร์พวกนี้ส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขคือ “เลเวลตัวละคร” ถ้าเลเวลไม่ถึงมันจะไม่ปลดล็อกมาให้เราใช้น่ะเอง อย่างเช่นระบบบ้านเนี่ยที่ใครหลายคนตั้งตารอกันอยู่กว่าเราจะใช้งานได้ก็ต้องเล่นไปเลเวล 40 เลยล่ะ ยิ่งมีระบบสเตมิน่าที่จำกัด EXP ในแต่ละวันเข้ามาแล้วด้วยละก็กว่าจะไปถึงอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 2 – 3 วันเลยล่ะนะ

สำหรับใครที่กังวลกลัวไม่มีอะไรทำก็หายห่วงได้ครับมีให้ทำอย่างแน่นอน แต่ในช่วงแรกให้โฟกัสกับการเก็บเลเวลไปก่อน พอถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ตัวเกมจะบีบเราให้ไปทำพวกคอนเทนต์เหล่านี้เองล่ะนะ


คิดเห็นยังไงกับตัวเกมหลังเล่นบ้าง

หลังจากไปเล่นมาถ้าถามว่ารู้สึกยังไงคงต้องบอกว่า “รู้สึกเฉยๆ มากกว่า” โดยเหตุผลนั้นเป็นเพราะแนวทางการเล่นเกือบทั้งหมดแทบจะเหมือนกับเกมมือถืออื่นของ RO เลยล่ะ ถ้าจะมีความต่างก็คงแค่เปลี่ยนจากแนวจิ้มๆ คลิกๆ มาเป็นแนว Side Scrolling + Action RPG แทนแค่นั้นเลย มันจึงทำให้ตัวเกมดูไม่ไม่ได้น่าว้าวอย่างที่คิด แต่ถ้าเล่นแบบไม่คิดอะไรมากเกมมันก็เล่นเพลินๆ เรื่อยๆ ดีนะ ภาพสวยน่ารักด้วย แนะนำว่าให้มาลองเล่นกันดูก่อนครับบางทีอาจจะถูกใจใครบางคนมากกว่าภาคอื่นๆ ก็เป็นได้

ส่วนถ้าพูดถึงสิ่งที่ไม่ชอบแบบไม่ชอบจริงๆ ก็คง “ระบบสเตมิน่า” ระบบที่เราเจอได้ในเกมมือถือ RO แทบทุกเกม ส่วนเหตุผลก็เพราะเกมนี้มันต้องฟาร์มหรือ Grinding นั่นล่ะครับ ทุกครั้งที่เราฆ่ามอนสเตมิน่าจะลดลงพอเหลือ 0 เวลาเราฆ่ามอนของจะไม่ดรอปไม่ได้ EXP แล้ว ข้อดีของระบบนี้คือมันทำให้ผู้เล่นไม่ทิ้งห่างกันเกินไปนัก แต่กับเกมที่มันต้องฟาร์มเยอะๆ เนี่ยมันกลับเป็นอะไรที่น่ารำคาญมากเลยล่ะฟาร์มได้แปปเดียวสเตมิน่าหมดล่ะ ส่วนถ้าอยากได้เยอะขึ้นก็ต้องเติมตังเท่านั้น มันจึงทำให้สายฟรีเสียเปรียบแบบเห็นได้ชัดเลยล่ะ

ข้อดีของตัวเกม

• ภาพสวยน่ารัก

• ของรางวัลแจกค่อนข้างเยอะ

• เนื้อเรื่องค่อนข้างน่าสนใจ เหมาะสำหรับสายเสพเนื้อเรื่อง

• เกมเพลย์นับว่าเล่นง่ายกว่าภาคอื่นๆ ที่มาจากแฟรนไชส์เดียวกัน

ข้อเสียของตัวเกม

• ระบบสเตมิน่าทำให้การเล่นค่อนข้างจำกัดและเกิดความต่างชั้นพอสมควรระหว่าง สายฟรี – สายเปย์

• ฟีเจอร์และระบบหลายๆ อย่างค่อนข้างซํ้าซากกับเกมอื่นที่มาจากแฟรนไชส์เดียวกัน