[Arknights] แนะนำโอเปอร์เรเตอร์ดาวต่ำแต่ปั้มแล้วคุ้มค่า

Arknights Low Rarity Operator cover playpost

จุดแข็งจุดหนึ่งของ Arknights ที่แม้จะเป็นเกมแนวกาชาคงต้องบอกว่า แม้ตัวละคร(โอเปอร์เรเตอร์)ระดับแรร์ต่ำๆ หรือตัวแจกฟรีนั้น ก็สามารถนำมาใช้เล่นและผ่านด่านต่างๆ ได้เช่นกัน แน่นอนว่าเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งพวกเขาอาจจะไม่สามารถฝืนนำมาเล่นได้ไหวแล้วก็ตาม แต่นั่นก็หมายถึงเนื้อหาช่วงท้ายๆ ของเกมที่เป็นเนื้อหาเฉพาะทางที่ทำมากดดันผู้เล่นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นปกติของทุกเกมอยู่แล้ว แต่สำหรับเกมนี้นั้น ตัวละครฟรี ดาวต่ำทั้งหลายนั้น สามารถลากเพื่อนๆ ไปสู่เนื้อหาท้ายๆ เกมได้ไม่ยากเลยทีเดียว ในบทความนี้ก็จะมาพูดถึงว่าทำไมเหล่าตัวฟรีและดาวต่ำเหล่านี้ถึงน่าปั้นกัน

ทำความเข้าใจกับโอเปอร์เรเตอร์สายต่างๆ

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาบทความแนะนำนั้น ก็อยากขอให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ [ โอเปอร์เรเตอร์คลาสต่างๆ ] ที่มีอยู่ด้วยกันทั้ง 8 สายก่อน เนื่องจากเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจได้ว่าแต่ละสายเมื่อพูดถึงแล้ว มีหน้าที่อย่างไรเป็นหลัก เพื่อจะได้นึกภาพในการเล่นจริง มีการนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับด่านต่างๆ ได้มากที่สุด เพราะในขณะที่บางด่านนั้นไม่ยุ่งยาก ใช้วิธีตรงไปตรงมากำลังเข้าว่าได้ แต่บางด่านก็บังคับต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เฉพาะสาย ไม่งั้นอาจจะถึงขั้นค่ายแตกได้ง่ายๆ การทำความเข้าใจโอเปอร์เรเตอร์เหล่านี้จึงสำคัญมากๆ

ในบทความนี้ก็จะแนะนำตัวละครต่างๆ จากสายทั้ง 8 เหล่านี้ โดยเน้นไปทางตัวละครที่ได้รับฟรีจากเนื้อเรื่อง, ตัวละคร 3 ดาวที่สามารถหาได้จากการ [ Recruit ], ตัวละคร 4 ดาวที่หาได้จากการ Recruit ที่โอกาสออกค่อนข้างง่ายและบ่อยเป็นหลัก (พวกที่ออกยากจะไม่พูดถึงจ้า ไม่ต้องกังวล) รวมถึง Courier, Gavel ที่สามารถซื้อได้จากในร้าน [ Credit Store ] ด้วย

อย่างไรก็ดีนั้น ในบทความนี้จะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนถึงตัวละครเหล่านี้ เพื่อนๆ อาจจะรู้สึกไม่เห็นด้วยหรืออย่างไรก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้จ้า และก็ไม่ได้หมายความว่าตัวละครที่ไม่ถูกพูดถึงจะไม่น่าปั้นเลย หรือไม่น่าใช้เมื่อเทียบกันกับเหล่าตัวฟรีตามเนื้อเรื่องแต่อย่างใด

จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ใน Arknights นั้น การอัพตัวละครตัวเดียวให้เลเวลพุ่งไปแบบโดดๆ นั้นไม่คุ้มค่าเท่าการเฉลี่ยอัพตัวละครที่ใช้ลงในด่านให้เลเวลสูงขึ้นมาใกล้ๆ กันมากกว่า เนื่องจากปัญหาหลายๆ อย่าง เช่นตำแหน่งการลง รูปแบบของคลาส ลักษณะของฉาก ดังนั้นพยายามอัพเลเวลของตัวละครเฉลี่ยๆ กันเช่น 30, Elite 1, Elite 1 30, Elite 1 50 จะทำให้ทีมนั้นมีความสามารถโดยรวมดีกว่าจ้า

 

ตัวละครฟรี/หาง่ายน่าปั้นของแต่ละสาย

◘◘◘ Vanguard ◘◘◘

► Fang [★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

Vanguard สาย Gen DP ที่มาหาแต่ต้น โดยปกติ Vanguard มักจะเป็นคนแรกในทีมที่ลงไปเพื่อนกรุยทาง รับเท้าหรือถ่วงเวลาอยู่แล้ว การอัพเลเวลของ Fang ไว้จะช่วยให้เธอกำจัดศัตรูได้ไวขึ้นด้วยตัวเองเธอ หรือสามารถทนรับความเสียหายได้นานพอที่กองหนุนอย่าง Medic จะตามมาช่วยยื้อเวลาได้ การเป็นตัวละคร 3 ดาวก็ทำให้มีแค่ EXP กับเงินก็สามารถเลื่อนขั้น Elite 1 ให้กับเธอได้สบายๆ แม้ว่าในช่วงหลังจะสามารถใช้ Courier ทำหน้าที่แทนกันได้ แต่หลายคนก็นิยมใช้คู่กันกับ Courier เพราะ Vanguard สายนี้จะมีค่า Block 2 ทำให้ในหลายๆ ด่านไม่ต้องกังวลกับการที่ศัตรูจะหลุดช่วงแรกๆ ได้ดี (ยกเว้นจะเลเวลไม่พอแล้วโดนรุมเดี้ยงซะก่อน)

ในด่านแรกๆ นั้น Fang คนเดียวมักจะรับหน้าที่ได้หมด แต่ในด่านหลังๆ การนำ Fang ไปอุดในทิศที่ศัตรูเบาบางกว่าจะเหมาะสมกว่า เนื่องจาก Courier จะมีสเตตัสและ Talent เหมาะกับรับมือทัพหนักกว่าได้

 

► Courier [★★★★]

ความน่าปั้น :มากๆ

Vanguard สาย Gen DP เช่นเดียวกัน ได้มาจากการแลกซื้อด้วย [ Friend Credit ] และเป็นเหมือนกับตัวอัพเกรดของ Fang เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่มี 4 ดาว ทำให้ดันขึ้นถึง Elite 2 ได้ ค่าสเตตัสโดยรวมจึงสูงกว่า Fang ค่อนข้างมาก ด๊อกเตอร์สามารถโยนพ่อบ้านคนนี้ลงไปแล้วมั่นใจว่าจะยืนรับหน้าได้จนถึงกลางด่านได้เลยถ้าไม่เจอตัวหนาๆ มาชนก่อน หลายคนมักใช้คู่กับ Fang เพื่อช่วยเร่งค่า DP ในการลงโอเปอร์เรเตอร์หลักให้เร็วที่สุด และความที่มี 4 ดาวก็ทำให้มีสกิลเพิ่มอีกสกิลที่ต้องกดใช้เอง แต่เพิ่มค่า DP ได้มากกว่าเล็กน้อย และระหว่างที่สกิลมีผลจะช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้สามารถยืดทนตัวโหดๆ ได้ชั่วคราวด้วย เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจว่าจะไม่ลืมกดสกิล

 

► Plume [★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

Vanguard สาย Kill DP ที่ต้องฆ่าศัตรูได้ถึงจะได้แต้ม DP แม้จะป้องกันศัตรูได้แค่ทีละตัว แต่ก็มีพลังโจมตีที่สูงกว่าสาย Gen DP แบบชัดเจนมาก ในขณะที่ Gen DP เหมาะกับด่านทั่วไป Plume จะเหมาะกับด่านที่ศัตรูอ่อนแอแต่มาเยอะในช่วงแรก และมีความเป็นตัวละครที่ค่อนข้างเฉพาะทางในระดับหนึ่ง แต่ก็น่าที่จะปั้นไว้เพราะด้วยความเป็น Vanguard นั้นค่าลงต่ำ ทำให้บางด่านที่ต้องใช้โอเปอร์เรเตอร์สาย Melee เยอะๆ ช่วยกันปิดทุกเส้นทาง Plume จะทำหน้าที่ได้คล้ายกับ Guard แต่ลงได้ไวกว่ามาก นอกจากนี้ Plume ที่อยู่ในกลุ่ม Kill DP ถ้าถอนตัวออกจากสนาม จะได้ค่า DP ที่ลงไปเต็มจำนวนด้วย

หลังจากเล่นได้ซักพักหากเพื่อนๆ ได้โอเปอร์เรเตอร์อย่าง Vigna มา ก็สามารถใช้แทนที่ Plume ได้เลย

 

► Yato [★★]

ความน่าปั้น : ใช้แรงงานทาส

Vanguard ไร้สกิล ช่วยเร่งค่า DP อะไรไม่ได้เลย มีลักษณะเหมือน Guard มากกว่า เป็นตัวละครที่สามารถปั้นขึ้นมาใช้แทนตัวละครกลุ่ม Specialist – Fast Redeployment ได้กึ่งหนึ่ง มักจะใช้ในการลงมาช่วยเสริมยามที่คิดว่าศัตรูจะหลุดกอง Block ในจุดสำคัญๆ มาได้จริงๆ หรือในช่วงต้นเกมที่ DP มันจำกัดจนไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว

ด้วยความที่มีแค่เลเวล 30 จึงเป็นตัวเลือกเสริมสำหรับใช้งานในฐานมากกว่า เพราะอัพเลเวลเต็มจะทำงานใน Factory ได้ 15% เพิ่มเติม ยามคนไม่พอจริงๆ แต่ถ้าว่ากันแล้วทำงานใน Trade Station คุ้มกว่ามากๆ

 


◘◘◘ Guard ◘◘◘

► Melantha [★★★]

ความน่าปั้น : ทุกเลเวลช่างคุ้มค่า

น้องแมวคนเดียวที่ด๊อกเตอร์ทุกคนยอมรับว่า เธอคือ 6 ดาวในคราบ 3 ดาว (ถ้าไม่นับสกิล) ดาวน้อยอัพง่าย แต่ค่าสเตตัสที่ได้นั้นเกินระดับดาวเธอเป็นเท่าตัวจริงๆ น้องมีทั้งพลังโจมตีที่รุนแรงมากๆ พลังชีวิตที่จัดได้ว่าสูงมาก แลกกับพลังป้องกันที่กลางๆ ทำให้เป็นโอเปอร์เรเตอร์ที่เด่นในความสมดุลย์ สามารถกำจัดศัตรู(ที่ไม่กันกายภาพ)สำคัญๆ ได้ด้วยตัวเอง อาศัยหลักที่ว่าฆ่าได้ก่อนก็ไม่ต้องโดนโจมตีให้เสียเวลาฮีลนานๆ เข้าว่าก็ว่าได้

ข้อเสียของน้องและข้อดีในเวลาเดียวกันก็อยู่ที่ Block ได้แค่ตัวเดียว ทำให้ไม่เหมาะในการป้องกันจุดที่ศัตรูจะมาเยอะๆ หรือตัวใหญ่มาคู่กัน แต่ก็ทำให้น้องรับการโจมตีแค่ทีละตัว (จากตัวระยะประชิด) ตายยากขึ้นไปในตัวด้วย จึงได้เห็นการใช้งานน้องในลักษณะแบบ Assassin ไปแทนก็มี (เช่นโดนไปเสียบพุง Caster Leader ก่อนมาถึงตัวแนวป้องกันของเรา)

 

► Doberman [★★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

เจ๊หมาของหลายๆ คน มาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่ตีไกลสองช่องโดยไม่ลดทอนความเสียหาย ทำให้ไปยืนหลังตัวละครอื่นอย่าง Defender / Vanguard แล้วฟาดใส่ได้ชิวๆ รวมถึงการ Block ได้สองตัวพร้อมกัน ทำให้หลายๆ คนก็เลือกที่จะหยิบมาใช้กันบ่อยๆ โดยเฉพาะในทีมดาวต่ำ เพราะ Talent ของเจ๊ที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้กับโอเปอร์เรเตอร์ระดับ 3 ดาวทั้งสนามนั่นเอง

กรณีที่ต้องการปั้น Guard ไว้ใช้งานหลายคนในทีมดาวต่ำ Doberman จะเป็นอีกคนหนึ่งที่น่าสนใจจากระยะการโจมตีที่ไกลกว่าเพื่อนนี้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องหาจุดวางที่จะทำให้ดึงความสามารถออกมาได้ด้วย จุดที่ต้องระวังคือในแต่ละด่านนั้นจะมีการจำนวน Unit ที่ลงได้จำกัด ถ้าหยิบไปต้องคำนวนตำแหน่งการลงเพิ่มเติมให้สมดุลย์กัน

 


◘◘◘ Sniper ◘◘◘

► Kroos [★★★]

ความน่าปั้น : ทุกเลเวลช่างคุ้มค่า

น้อง Kokodayo ที่หลายคนอาจจะไม่ชอบเพราะหลอนหู แต่ยอมรับได้เลยว่าน้องเป็น Sniper ที่คุ้มค่าน่าปั้นเป็นอย่างมาก มีพลังโจมตีที่รุนแรง สกิลที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก มีโอกาสยิงแรงเป็นพิเศษ ซึ่งในกลุ่ม Sniper 3-4 ดาวแล้ว น้องครูสจะค่อนข้างโดดเด่นในแง่ของความเรียบง่าย แรง คุ้มค่า DP ที่ส่งเธอลงไปในสนามที่สุดแล้ว การส่งเธอลงไปช่วย Vanguard ในช่วงแรกๆ จะค่อนข้างการันตีได้ว่าเลนนั้นชิวไปอีกพักใหญ่เลยล่ะ

แม้ตัวเธอจะมีสกิลลักษณะสุ่ม (ที่มักจะทำให้ Auto Deploy มีปัญหา) แต่โอกาสติดอะไรก็อยู่ในจุดที่ค่อนข้างเสถียรต่อ Auto Deploy เป็นอย่างมาก ทำให้ถ้าไม่ได้เป็นลักษณะเสี่ยงจริงๆ ต้องคริรัวๆ ไม่งั้นมีหลุด ก็ไม่ค่อยมีปัญหาแต่อย่างใด

 

► Jessica [★★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

น้องเหมียวรวย แต่ทำไมด๊อกเตอร์ไม่รวยบ้าง เป็นอีกหนึ่งใน Sniper ระดับ 4 ดาวที่เพื่อนๆ จะได้รับมาฟรีระหว่างเล่น ในขณะที่น้องครูสเน้นยิงแรง น้องแจสจะยิงได้เร็วกว่าเล็กน้อย และความที่มี 4 ดาวจะมีสกิลอีกสกิลที่มีลักษณะการใช้ไปเป็นอีกแนวนึงเลย นั่นคือการเน้นเอาตัวรอดในจังหวะที่อันตรายด้วยระเบิดควัน แลกกับการที่โจมตีโดยรวมได้เบาลง (แรงขึ้นเมื่อใช้ระเบิดควัน) ทำให้ในบางด่านหรือบางจังหวะ สามารถลดภาระของ Medic ลงไปได้เป็นอย่างมาก หรือในจุดที่น้องครูสโดนยิงดับแน่นอน ระเบิดควันของน้องแจสจะช่วยให้เธอรอดมาได้ (ถ้าไม่ลืมปรับสกิลไปตอนลงด่านล่ะนะ)

นอกจากนี้ถ้าทุ่มเทกับน้องจนขึ้น Elite 2 แล้ว ค่าสเตตัสก็จะสูงกว่าทำให้ยิงแรงกว่าน้องครูสแน่นอน แต่ก็ขึ้นกับว่าเพื่อนๆ จะอยากลงทุนไหม เพราะมีโอกาสสูงที่เพื่อนๆ จะเล่นไปเรื่อยๆ และได้ Sniper ที่มีระดับดาวสูงกว่านี้เช่นกัน

 

► Shirayuki [★★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นตัวฟรี แต่ก็มี Tag Recruit การันตีที่มีโอกาสได้บ่อยในระดับหนึ่ง (Sniper + AoE) โดยหน้าที่การใช้งานหลักๆ ของชิรายูกิก็จะเป็น Sniper ที่ตีหมู่ได้ แต่ต้องระวังส่วนของ Drone ที่จะไม่ถูกเล็งเป้าเป็นอันดับแรกซึ่งต่างจาก Sniper ทั่วไป และโจมตีได้ช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด (แต่ลอยไปแต่ละทีนี่แรงเน้นๆ)

โดยรวมแล้วชิรายูกิเป็น Sniper ที่จะมีบทบาทในบางด่านที่ต้องการ AoE เป็นพิเศษ นอกจากนี้สกิลของเธอยังทำให้มีความหลากหลายในการเอาไปลงด่านดังกล่าวในหลายรูปแบบ โดยสกิลแรกจะขยายระยะโจมตีไปอีก ทำให้หรอยศัตรูที่อยู่ไกลเกินตำแหน่งปกติได้ในจังหวะที่ต้องการ แต่ส่วนมากจะใช้เป็นสกิลที่สองที่ปาดาวกระจายไปทำความเสียหายแบบ Art ครึ่งหนึ่งและช่วยสโลว์ได้มากกว่า การปั้นเธอไว้จะทำให้มีตัวเลือกในการผ่านด่านได้มากขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

*หากเพื่อนๆ Headhunter ได้ Catapult แต่ยังไม่มี Shirayuki ก็สามารถปั้นมาใช้แทนกันได้จ้า สกิลอาจจะต่างกันแต่หน้าที่โดยรวมเหมือนกัน*

 


◘◘◘ Defender ◘◘◘

► Noir Corne [★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

Tank ระดับสองดาวที่ดูเผินๆ อาจจะไม่มีอะไร แต่ก็ไม่มีอะไรจริงๆ (อ้าว) อย่างไรก็ดี เขาเป็น Defender ที่ใช้งานได้ง่าย ไม่เปลือง DP สำหรับด๊อกเตอร์ที่ยังไม่มี Defender เพิ่ม (ควรมีโอเปอร์เรเตอร์คลาสละ 2 คน) รวมถึงในบางด่านที่ตัวละครเลเวลยังไม่สูงพอ การพ่วงพี่แกไปโดดมารับในจังหวะที่ตัวหลักพลาดร่วงไป ก็จะช่วยยื้อเวลาให้ผ่านได้เช่นเดียวกัน การอัพเลเวล 30 จะช่วยปลดการใช้งานใน Trade Station เพิ่มเติมให้ด้วยสำหรับช่วงแรกๆ ที่อาจจะยังมีคนทำงานไม่พอกัน

 

► Beagle [★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

น้องหมาบีเกิ้ลก็เป็น Defender ที่ใช้งานง่าย มีสกิลเร่งพลังป้องกันสำหรับจังหวะเจอตัวหนาๆ รุมทุบให้เอาตัวรอดได้สบายๆ ได้ จะเป็นตัวหลักที่ด๊อกเตอร์ส่วนมากทุ่มเทให้เมื่อผ่านเนื้อเรื่องไปประมาณช่วงบทที่ 2 แล้ว และอาจจะได้ใช้คู่กับ Cuora ยาวๆ ถ้ายังไม่มี Defender ที่เด่นกว่าน้องมาแทนที่ได้ ดังนั้นการปั้นน้องไว้ก่อนแต่แรกๆ ขึ้น Elite 1 ไปก็ไม่เสียหายอะไร เพราะน้องเป็นโอเปอร์เรเตอร์ 3 ดาว ใช้แค่เงินเท่านั้น และเงินทองเป็นของที่หาได้ไม่ยุ่งยากมากเท่าไหร่นัก (ถึงมันจะไม่เคยพอก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไปหาวัตถุดิบนั่นแล) รวมถึงการเป็น 3 ดาว ในด่านที่ต้องการตัวละครช่วยกันเยอะๆ ใน DP ช่วงแรกที่ขึ้นแทบไม่ทันแล้ว น้องก็จะมีบทบาทเด่นขึ้นมาเลยล่ะ

 

► Cuora [★★★★]

ความน่าปั้น : ทุกเลเวลช่างคุ้มค่า

สุดยอด Tank 4 ดาวที่สเตตัสแซงหน้า 5 ดาวหน้าตาเฉย หน้าที่ของน้องเต่านั้นตรงไปตรงมา และตอบโจทย์ของตัวเองที่สุด นั่นคือการ Defense และ Block น้องอาจจะตีไม่แรง แต่เรื่องป้องกัน ถ้าไม่ใช่ Art Damage บอกได้เลยว่าจะกดน้องลงนี่ยากมาก ด้วยสกิลแรกที่เร่งพลังป้องกันได้สูง แต่จุดที่น่ากลัวจริงๆ คือสกิลสองที่นอกจากจะเร่งพลังป้องกันได้มากกว่าแล้ว ยังฟื้นเลือดเล็กน้อยและเพิ่มจำนวนที่ Block ได้อีก แลกกับการที่จะไม่โจมตีในตอนนั้น ซึ่งก็คุ้มค่ามากๆ เพราะจังหวะที่กันไม่ไหวมีตัวจะหลุด การป้องกันได้เพิ่มอีกตัวนึงแทบจะการันตีว่าไม่หลุดแน่ๆ

ข้อเสียคือตัวน้องไม่มีการแจกฟรี ถ้าว่ากันแล้ว น้องเก่งเกินจะมองข้ามไปแม้จะได้ตัวมายากกว่าคนอื่นในรายการนี้อย่างชัดเจนก็ตาม ….. เหมือน Melantha นั่นไงล่ะ! (แต่น้องเมลันหาง่ายมากๆ)

 


◘◘◘ Caster ◘◘◘

► 12F [★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

สำหรับด๊อกเตอร์ที่ยังไม่มี Caster AoE นอกจาก Lava นั้น 12F จะเป็นคนที่น่าปั้นขึ้นมาช่วยงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในด่านที่ต้องการ Art Damage เยอะๆ มีพวกควายถึกเดินมากันเป็นฝูงๆ (AKA Resource Search) การมีแค่ Lava, Amiya อาจจะไม่เพียงพอ รวมถึงคนที่ยังหา Sniper AoE ไม่ได้ก็เช่นกัน ซึ่งแม้ว่าโดยรวม 12F จะเป็นสองดาว ค่าสเตตัสต่ำ แต่ก็ยังมี Talent ที่น่าสนใจอย่างการหลบการโจมตีได้ 50% รวมถึงในจุดที่ต้องพึ่ง Art damage ก็ต้องหาคนมาลงให้ได้ นั่นแหละคือจุดที่พี่แกจะลงสนามมาช่วยกัน แต่ถ้าเพื่อนๆ มี Caster AoE คนอื่นเพิ่มแล้ว อาจจะข้ามไปเลยก็ได้ (ยกเว้น Ifrit ที่ใช้งานเฉพาะด้านเกินไปจนต้องแยกเป็นกลุ่ม Caster AoE เฉพาะทางไปเลย รวมกับปกติไม่ได้)

 

► Lava [★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

Caster AoE ที่เพื่อนๆ ด๊อกเตอร์จะได้มาในตอนแรก และจะได้ใช้ยาวจนกว่าจะมี AoE คนใหม่จริงๆ และในบางครั้งอาจจะต้องมีถึง 2 คนถึงจะถอนตัว Lava ออกจากทีมได้ ซึ่งหน้าที่เธอก็ตรงตัวตรงไปตรงมา คือถล่มฝูงศัตรูด้วย Art Damage ซึ่งเหมาะกับด่านส่วนมากเป็นอย่างดี ตัว Talent ของเธอเองก็ทำให้สามารถใช้สกิลครั้งแรกสุดได้ไวขึ้นเป็นอย่างมากด้วย ทำให้บางจังหวะที่ DP ขึ้นช้า แต่มอนอึดๆ จ่อทัพกันมา เธออาจจะโดดลงมากดสกิลทันได้

โดยรวมนั้น Lava เป็นคนที่น่าปั้นไว้อย่างไม่ต้องเสียดายจริงๆ สามารถใช้ได้อย่างยาวนานเลยทีเดียว

 

► Amiya [★★★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

Caster ตัวเอกประจำเรื่องที่มักโดนล้อแล้วล้ออีก ตัวเธอค่อนข้างเรียบง่าย ลงมาเน้นยิง Art Damage ใส่เป้าเดี่ยวตรงๆ ไปเลย เหมาะกับการเสริมพลังโจมตีใส่ด่านที่ตัวที่มีพลังป้องกันสูงเยอะๆ และ Caster เป้าเดี่ยวที่ดีกว่าเธอนั้นก็หาได้ค่อนข้างยาก แทบจะต้องใช้ระดับดาวเดียวกันหรือสูงกว่ามาแทนที่เลยก็ว่าได้ จึงเป็นโอเปอร์เรเตอร์อีกคนที่น่าปั้นไว้ใช้งานยาวๆ จริงๆ แต่ถ้าในกรณีที่มีคนที่ดีกว่า ก็สามารถเลือกอัพคนอื่นได้เลยเช่นกัน เพราะ Caster เป้าเดี่ยวนั้นส่วนมากจะไม่ได้ใช้เกิน 1 คนเท่าไหร่นัก

ข้อเสียของอามิยะก็จะอยู่ที่สกิลที่ไม่ใช่สกิล 1 ของเธอนั้นมีแต่เงื่อนไขน่ารำคาญจนใช้งานจริงได้ยากมากทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสกิล 2 ที่หมดเวลาแล้วจะ Stun ถึง 10 วินาที แต่ดันใช้งานอัตโนมัติ กะได้ยาก หรือสกิล 3 ที่แรงหูดับตับไหม้ แต่หมดเวลาแล้วก็จะโดนหามออกจากสนามไปเลยอีกซะงั้น ทำให้ถ้าไม่ชินหรือกะจังหวะไม่ถูกแล้ว สกิล 1 จะง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด

 

► Steward [★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง(จริงๆ) + ใช้แรงงานทาส

จะไม่พูดถึงพ่อหนุ่มคนนี้หน่อยก็ออกจะเสียดายหน่อยๆ แม้ว่าในทางหลักแล้วจะถูกนำมาอัพ Elite เพื่อใช้ในการทำงาน Factory ก็ตาม แต่ Talent ติดตัวของพี่แกก็น่าสนใจไม่น้อย กับการที่จะเล็งเป้าหมายที่มีพลังป้องกันกายภาพสูงสุดเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ (จากปกติที่ตัวละครจะเล็งใส่ศัตรูที่ใกล้กับทางออกมากที่สุดตลอดเวลา) ทำให้ในบางด่านสามารถช่วยเก็บกวาดพวกตัวถึกๆ ออกไปให้ Sniper ช่วยซ้ำตัวบางๆ ก่อนได้ รวมถึงสกิลของพี่แกที่แหกคอกไปเลยจากคนอื่นๆ ที่เพิ่มความเร็วการโจมตีเมื่อกดใช้ แต่ของพี่แกจะเป็นเหมือน Sniper คือยิงครบ X ครั้ง ครั้งต่อไปจะแรงขึ้นมาก ทำให้แนวได้อีก

อย่างไรก็ดีนั้น ในความยากที่สูงขึ้น ตัวที่ถึกๆ มันจะถึกเป็นบ้าเป็นหลัง และอาจจะกัน Arts เพิ่มด้วย ซึ่งในจุดนี้เพื่อนๆ ด๊อกเตอร์ต้องลองใช้ระบบ practice ดูว่าสามารถลงไปเพื่อดูว่า Talent จะช่วยให้ผ่านได้ง่ายขึ้นไหม หรืออาศัยความบ้าพลังทุบมันทั้งก้อนแบบเดิมสะดวกกว่าล่ะนะ ยังไงซะโรงงานนรกก็ยินดีต้อนรับพ่อหนุ่มเสมอ ปั้นๆ ไปเถอะ

 


◘◘◘ Medic ◘◘◘

 

► Ansel / Hibicus [★★★]

ความน่าปั้น : มากๆ

ทั้งสองนี้เป็น Medic ฟรีเหมือนกันทั้งคู่และแข่งกันออกตอน Recruit เสมอ เป็น Medic เป้าเดี่ยวระดับดาวเดียวกันทั้งคู่ จึงแทบจะเหมือนกันไปหมด สามารถเลือกปั้นคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนเลยก็ได้ สามารถใช้งานในด่านต่างๆ ได้เหมือนกัน ซึ่งข้อแตกต่างของทั้งสองคนนี้ก็จะมีดังนี้

Ansel : สกิลมีลูกเล่นมากกว่า ขยายระยะฮีลไปด้านหน้าไกลขึ้นได้ชั่วคราว นอกจากนี้ Talent ยังมีโอกาสฮีลสองเป้าหมายได้พร้อมกันอีกด้วย (แต่โอกาสติดไม่สูงนัก จึงหวังพึ่งตลอดไม่ได้)

Hibicus : โดยรวมจะฮีลได้แรงกว่าเล็กน้อย และอาจจะดูเล็กน้อยแต่พริบตาที่คับขันมันส่งผลจริงๆ กับการฮีลด้วยการยกคทาแล้วเลือดเด้งทันที ต่างจากอันเซลที่ต้องรอขวดยาลอยไปถึงตัวก่อน (ซึ่งอันที่จริงถ้ามันคาบเส้นคาบขวานขนาดนั้น ควรเปลี่ยนแผนหรืออัพเลเวลเพิ่มดีกว่านะ…)

ทำให้โดยรวมอันเซลจะดูมีราศีกว่า แต่อย่างไรก็ดี สามารถใช้แทนกันได้เช่นกัน และไม่ควรหวังว่าจะใช้อันเซลตอนกดสกิลยืดระยะไปฮีลให้ถึงตลอดเวลา ควรเป็นจังหวะที่มีบาดเจ็บบ้าง หรือสามารถทนจนสกิลสามารถใช้งานได้แต่ละรอบถึงจะดีกว่า ซึ่งทั้งนี้ การเพิ่มระยะก็หมายถึงการเพิ่มภาระการฮีลให้มากขึ้นไปอีก ไอ้คนที่ควรจะรอดอาจจะไม่รอดเอาได้

 

► Gavial [★★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

น้องตะโขงที่ได้จากใน Credit Store นี้เป็น Medic เป้าเดี่ยวที่อัพเกรดขึ้นมาจาก Hibicus โดยตรง แต่สกิลนั้นเปลี่ยนไปคนละทางกันเลย โดยตัวสกิลแรกเมื่อฮีลตอนเกจเต็ม จะมีการ Regen เพิ่มอีกเล็กน้อย 4 วินาที ส่วนสกิลที่สองจะฮีลเบาลงเป็นอย่างมาก แต่โดนทุกคนในระยะการฮีล เปลี่ยนตัวเองเป็นสายฮีลหมู่นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้ Gavel ค่อนข้างกลายเป็น Medic เฉพาะทางเพราะในแง่การแข่งความแรงการฮีลแล้วนั้น Gavel ค่อนข้างจะแพ้ทั้งสองคนก่อนหน้าจากตัวสกิลที่สั่งได้ดังใจมากกว่าในจังหวะที่ต้องการ (จนกว่าจะขึ้น Elite 2 เลเวลซัก 30 นั่นแหละ) ในขณะที่ของ Gavel นั้นเน้นฮีลไปเรื่อย และการฮีลหมู่ของเธอก็เบาเกินไปเวลาที่มีการโดนท่าหมู่ของศัตรูเข้าจริงๆ (แฮ่มๆ Senior Caster / Infuse Originium Slug) เรียกว่าเหมาะกับการโดนตอดเยอะๆ หรือด่านที่ลดเลือดทุกคนในฉากมากกว่า

 


◘◘◘ Supporter ◘◘◘

► Orchid [★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

Supporter ฟรีเพียงหนึ่งเดียว และเธอก็ทำหน้าที่ของเธออย่างที่ควรจะเป็นได้เป็นอย่างดีในการช่วยสโลว์เป้าหมายและทำ Arts damage ไปพร้อมกัน ในบางด่านนั้น Supporter สายสโลว์แบบ Orchid จะเป็นตัวที่ช่วยพลิกเกมได้เป็นอย่างดี การปั้นเธอไว้ใช้ซักคนนั้นจะช่วยให้อะไรที่ยุ่งยากในด่านนั้นมันง่ายขึ้นมาเยอะเลยทีเดียวล่ะ แม้ว่าด่านดังกล่าวจะไม่ได้มีเยอะมากเท่าไหร่ก็ตามที

จุดที่ควรระวังคือรัศมีการโจมตีของ Supporter นั้นจะต่างจาก Sniper, Medic, Caster อย่างชัดเจน การวางตำแหน่งยืนของ Supporter จึงต้องพิจารณาให้คุ้มค่าที่สุด แม้ว่ามันอาจจะดูแปลกๆ ก็ตาม

 


◘◘◘ Specialist ◘◘◘

► Shaw [★★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

แร๊ปก๊อทสุดน่ารักของหลายๆ คน มีหน้าที่ที่ชัดเจนและตัวเกมก็ยัดเยียดให้ลองใช้ในด่านที่ได้มาและหลังจากนั้นอยู่เรื่อยๆ นั่นคือการถีบศัตรูลงเหวเยี่ยงสปาร์ต้า น้องชอร์วนั้นเพื่อให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพ จะต้องอัพสกิลให้เป็นเลเวล 4 ก่อนจึงจะใช้งานจริงได้ และต้องมีการอัพเลเวลตัวละครของน้องไว้ในระดับหนึ่งด้วย เพราะจุดยืนของน้องในหลายๆ ครั้งมักจะมีลูกกระสุนลอยมาหาเป็นระยะๆ หรือในบางด่านก็อาจจะต้องยืนรับด้วยตัวเองเลยก็มี ถ้าทิ้งไว้ที่เลเวล 1 เลยก็แลดูจะทรมาณน้องไปนิด

สกิลที่จะใช้หลักๆ จะเป็นสกิลแรกเพราะสะดวก ไม่ยุ่งยาก ส่วนสกิล 2 นั้นจะเหมาะกับการอัพเป็นเลเวล 7 เพื่อแรงดันสูงสุด และใช้กับน้องตอนเลเวลสูงๆ ในด่านที่ต้องกะจังหวะผลักให้แม่นหรือมีจังหวะตายตัวที่ห้ามผลักมั่วนั่นเอง

 

► Cliffheart [★★★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง

น้องเล็กประจำบ้าน SilverAsh จะต่างกับชอร์วไปคนละทาง ในขณะที่น้องกระรอกเน้นผลักออก น้องคลิฟจะดึงศัตรูเข้ามาหาแทน แน่นอนว่าต้องอัพสกิลเป็นเลเวล 4 เช่นกันถึงจะเริ่มใช้งานได้ และจุดที่ต่างอย่างชัดเจนอีกอย่างคือ ผลักนั้นง่ายกว่าดึง การผลักจะผลักได้ทุกตัวในช่องนั้น แต่การดึงจะดึงได้แต่ตัวเดียวเท่านั้นต่อรอบ การจะวางตำแหน่งของน้องคลิฟปกติจึงมักจะต้องมีการเผื่อหรือดูทางล่วงหน้าเสมอว่า มีมาทีละกี่ตัว มีเวลาดึงพอไหม ต้องเอาคนช่วยซ้อนไหม ไม่งั้นบอกได้เลยว่ามีการแหกด่านแบบไม่รู้ตัวแน่นอน ทำให้ส่วนมากมักจะได้ใช้น้องชอร์วกันมากกว่า

ส่วนสกิล 2 ของน้องจะเป็นการดึงศัตรูทีเดียว 2 ตัวพร้อมกัน และทำให้ติด Stun ชั่วคราวด้วย ความแรงในการดึงจะเท่ากับเป้าเดี่ยวเป๊ะๆ แต่ใช้ระยะนานพอสมควร ดังนั้นก็จะคล้ายกับกรณีของชอร์วคือ กรณีที่ต้องการจังหวะที่แม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

 

► Gravel [★★★★]

ความน่าปั้น : สำหรับใช้งานเฉพาะทาง + ใช้แรงงานทาส

ปกติแล้วมักจะปรากฎตัวจากแทค Fast-Redeploy ซึ่งน้องจะมาทำหน้าที่ดังชื่อ หน้าที่หลักของน้องคือลงมาขัดจังหวะ (Intercept) อะไรก็ตามแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรอจังหวะลงมาขัดใหม่อีกครั้ง ซึ่งในด่านทั่วไปอาจจะไม่ค่อยมีจังหวะให้ใช้น้องเท่าไหร่นัก แต่ในบางด่าน น้องจะช่วยได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการลงมายื้อเวลา, ลงมาช่วยรับกระสุนแทน หรืออาจจะถึงขั้นลงมากวาดระเบิดที่แรงขนาด Defender ยังสลาย โดดมารับไปคนเดียวทั้งแผงก็มี

สกิลของน้องนั้นในแง่การใช้งานแล้ว สกิล 2 จะได้ใช้มากกว่าเพราะสร้างโล่เป็นเหมือนเลือดอีกหลอดให้น้องยื้อเวลาได้นานขึ้น รับได้ทั้งกายภาพและ Arts ส่วนสกิล 1 จะต้องปั้นน้องให้เลเวลสูงพอควรและอัพเลเวลสกิลให้มากพอ ถึงจะรับความเสียหายได้มากกว่า

ซึ่งถ้าใครยังไม่มีน้อง Red ก็สามารถปั้นน้องมาใช้งานได้ … เพราะยิ่งอัพ Elite 1 แล้ว น้องจะช่วยปั่นทองได้ดีมากๆ เลยล่ะ ฮุฮุ (เดี๋ยวๆ เหมือนผิดวัตถุประสงค์?)

 


ในบทความนี้ก็จะขอแนะนำโอเปอร์เรเตอร์แจกฟรีน่าปั้น หรือหาง่ายๆ ไว้เท่านี้ล่ะจ้า น่าจะพอช่วยเหลือด๊อกเตอร์มือใหม่ได้ไม่มากก็น้อยในการตัดสินใจว่าจะอัพใคร แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สูตรตายตัว หากเพื่อนๆ ชอบตัวละครไหนเป็นพิเศษที่ไม่อยู่ในลิสต์นี้ก็สามารถปั้นขึ้นมาใช้ได้ และนั่นคือข้อดีของ Arknights ที่เป็นเหมือนกับเกม Puzzle แต่ไม่มีหลักการตายตัว บางคนอาจจะดีกว่าอีกคนแต่ก็สามารถเอามาใช้แทนกันได้ ถ้าไม่ได้เป็นด่านที่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ที่ต้องใช้ตัวโหดๆ แบกล่ะน้า

สุดท้ายนี้ถ้าเพื่อนๆ เล่นแล้วสนุก มันก็โอเคแล้วล่ะ เพราะงั้นอย่าเสียค่า Sanity ไปกับการนั่งคิดว่าทำไมตัวนั้นตัวนี้ไม่ติดอันดับดีๆ ไม่อยู่ในรายการแนะนำของคนอื่นๆ เลย เอาไปลงด่านดีกว่าน่อ ฟาร์มกันตาแหกเข้าไป คร่อก