[Blade and Soul]แนวทางการเล่น Blade Dancer ฉบับละเอียด

Blade Dancer เป็นอาชีพที่มีความคล่องตัวสูงและมีความฉับไวมาก อีกทั้งการคอมโบยังมีความต่อเนื่องและดาเมจสูง ซึ่งภายในไกด์นี้เราจะมาแนะนำการเล่น Blade Dancer กันแบบละเอียดเลยล่ะครับ ซึ่งไกด์ฉบับนี้ต้องขอขอบคุณทางคุณ Mem Wachrapol ที่เป็นผู้เขียนเป็นอย่างสูงที่นำบทความดีๆ มาฝากไว้กับเราครับ


สำหรับ Blade Dancer แนะนำให้เล่นเป็นทั้งสองสายนะครับ เนื่องจากว่าแนวทางการเล่นที่ผมจะเขียนนั้นส่วนมากจะใช้การคอมโบและความเหมาะสมที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็น 1 ในอาชีพที่ควรเล่นให้เป็นทั้งสองสาย โดยสายลมนั้นจะเน้นไปที่การโจมตีโดยไม่ใช่ใช้สแตนซ์ (เน้น RB+F) และสายฟ้าจะเน้นไปที่การเข้าสแตนซ์เป็นหลัก (LB+F) โดยจะอธิบายต่อไปในหัวข้อนะครับ

ศัพท์สกิลที่สำคัญ

LB (Left Button) : คลิ้กขวา

RB (Right Button) : คลิ้กซ้าย

ยก, หน่วง : คือการกดปุ่มสกิลหมายเลข 4 ที่อัพบิลด์ ฟื้นฟูโซลทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสถานะหน่วงลอย เพื่อนๆ ในทีมจะสามารถใช้สกิลพิเศษที่ดาเมจรุนแรงได้ในขณะโดนยก

CC : สถานะผิดปกติมีทั้งหมด 3 สีหลักๆ

สีเขียว : Knock Down ทำให้อีกฝ่ายล้มลง

สีฟ้า : Stun ทำให้อีกฝ่ายติดสถานะมึนงง

สีแดง : Daze และ กระเด็น

ดรอว์สแตนซ์ : คอมโบเมื่อ BD ตั้งท่าชักดาบ


ข้อดีและข้อเสียของ  Blade Dancer

ข้อดีข้อเสีย
สกิล CC หรือขัดมีครบ 3 สีและสามารถใช้ได้หลากหลายสถานการณ์สกิล CC ไม่สามารถสร้างดาเมจได้ต้องพึ่งการเข้า stance หรือ RB
สกิลส่วนใหญ่ไม่พึ่งเงื่อนไขและสามารถออกได้ค่อนข้างไวและต่อเนื่องตัวบอบบางทำให้ต้องคอยหลบสกิลบ่อยๆ
สามารถสร้างดาเมจได้ต่อเนื่องและยกศัตรูขึ้นมาให้เพื่อนรุมยำได้ดาเมจกลางๆ ไม่หวือหวาและมีถึงจะมีความไวแต่ดาเมจไม่สามารถ Burst ได้เต็มที่
มีความพลิ้วและคล่องแคล่วในตัวบุกได้ทั้งระยะประชิดและกลางความยากในการเล่นค่อนข้างสูงในช่วงหลังๆ

 


ภาพรวมในด้าน PVE

การเล่นในปาร์ตี้

BD นั้นเป็นสายที่ค่อนข้างกึ่งๆ กลางๆ ระหว่าง Damage Dealer และ Support ตี้ไปในตัวเนื่องจากมีสกิลที่คุ้มครองปาร์ตี้ได้ถึง 2 สกิล โกลาหล (Tab+F) และ จิตพิทักษ์ รวมถึงสามารถยกบอสให้คนในตี้รุมยำได้รุนแรงและหนักหน่วง ทั้งยังสามารถสร้างดาเมจที่ต่อเนื่องและรวดแร็ว + CC สถานะต่างๆ ที่ครบครันอีกด้วย ทำให้เป็น 1 ในอาชีพที่หลายๆ ปาร์ตี้ต้องการตัวเพื่อไปช่วยเหลือมากเลยทีเดียว

การเล่นSolo 

สำหรับการ Solo นั้น BD จะไม่ค่อยมีปัญหากับบอสที่สามารถติดสถานะ CC ได้บ่อยๆเนื่องจากมีสกิล CC ที่เยอะมากในตัวทำให้สามารถขัดบอสได้ทุกจังหวะ รวมถึงยังสร้างดาเมจได้ต่อเนื่องเพราะการใช้ค่าโฟกัสนั้นต่อเนื่องมากรวมถึงมีสกิล คมดาบเพลิง (Z) ที่ทำให้สามารถบวกกับบอสนั้นทำได้อย่างไม่กลัวตายปัจจัยหลักคือการใช้ดรอว์สแตนซ์ทั้ง 4 สกิลให้คุ้มค่ามากที่สุดเพื่อรีดดาเมจให้สูงสุด ในแต่ละช่วงที่เข้าแสตนซ์

จุดเด่นของธาตุลม : ธาตุลมนั้นค่อนข้างจะเป็นที่นิยมในการเคลียร์ทางเนื่องจากการใช้ที่ค่อนข้างง่ายเพราะสกิลนั้นสามารถใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งการเข้าดรอว์สแตนซ์ ซึ่งดาเมจหลักๆของธาตุลมนั้นจะมาจาก สกิลพายุไต้ฝุ่น(F) หลังจากการคอมโบฟันสายลม (RB) ทำให้สามารถฆ่ามอนเป็นกองๆได้ไว

จุดเด่นของธาตุสายฟ้า : โดยจุดเด่นของธาตุสายฟ้านั้นจะอยู่ที่การเข้า ดรอว์สแตนซ์ ซึ่งมีทั้งหมดถึง 4 สกิล คือสกิลยก (4) ฟันสายฟ้า (X) ปาดสายฟ้า (C) และ ผ่าวายุ (V) ที่ทำให้เข้าสู่สแตนซ์ โดยดาเมจหลักๆจะมาจากสกิล V และการกดสายฟ้าแรงสูง (F) + LB ในระหว่างเข้าสู่สแตนซ์นั่นเอง

Tip :  หากเล่นสายลมจะไม่สามารถปล่อยดาบได้เมื่อกดยก + 2 + RB  ซึ่งทำให้ยกบอสได้นานกว่าสายฟ้านิดนึง


ภาพรวมในด้าน PvP

BD  ค่อนข้างจะเป็นอาชีพที่น่ารำคาญอันดับต้นๆ หากคู่ต่อสู้ของคุณไม่มีสกิลที่ทำให้ BD นั้นติด CC ประเภทสตัน หรือ ลอย เนื่องจาก BD มีความสามารถในการปัด (immune) สถานะประเภท Daze(ล้ม) และยังมีโอกาสทำให้อีกฝ่ายติดสตั้นเมื่อปั่นโดนด้วยทำให้ Tab ของ BD นั้นเป็น Tab ที่มีความโหดในระดับต้นๆของ PvP เลยทีเดียว

จุดเด่นของ BD อีกจุดหนึ่งคือการสามารถทำ Air combo ได้บ่อยและมีดาเมจมากที่สุด รวมถึงสกิล CC ที่คอยขัดจังหวะอีกฝ่ายได้เรื่อยๆ ทั้งยังสามารถยกอีกฝ่ายเพื่อทำให้อีกฝ่ายเป็นเป้าโดนดาบของเราเฉาะรัวๆ ได้สบาย ทำให้ BD นั้นเป็นอาชีพค่อนข้างโหดสำหรับสาย PvP และเป็นที่น่ากลัวสำหรับผู้ที่พบเจอในทันที

จุดเด่นสายลม : จุดเด่นของสายลมในด้าน PvP คือ การเน้นไปที่การเข้าประชิดตัวและทำให้อีกฝั่งหมดสกิลหลบหนี (F) เพื่อสร้างดาเมจจากการใช้ปาดสายลม (C) + เร็วเหนือเสียง (RB) ที่สามารถสร้างดาเมจที่แรงมากๆแบบติดคริติคอลให้กับศัตรุที่อยู่ในสถานะ CC ได้มากสุด 3 ครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับความชำนาญในการกดและความไวในการหันเมาส์ของผู้เล่นเนื่องจากต้องหันมุมกล้องทุกครั้งหลังใช้สกิลนี้ ทำให้สร้างความลำบากให้แก่ผู้ใช้

จุดเด่นสายฟ้า : คือการเข้าไปหาศัตรูแล้วใช้ดรอว์แสตนซ์เพื่อสร้างดาแมจเป็นหลัก ซึ่งต่างจากสายลมที่เน้นแค่การเข้าประชิดตัวเพื่อใช้สกิลเท่าที่มี ทำให้สายฟ้านั้นค่อนข้างที่จะใช้เงื่อนไข Tab ของอีกฝ่ายมากเพราะจำเป็นต้องอัพ ฟาดสายฟ้า(RB) แบบติดสตัน ทำให้ต้องหวังดาเมจจากสายฟ้าแรงสูงและการ LB ของผู้เล่นมากกว่าสกิลต่างๆ ของสายธาตุลมและสายฟ้า


อธิบายสกิล

  1. ดาบสายลม (LB) : เป็นการโจมตีปกติในท่าปกติซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

Build สำหรับการ PVE : แนะนำให้อัพเร่งรัดเพื่อใช้ในการฟื้นฟูโซลที่เร็วขึ้นหรือสามารถอัพลดดาเมจฝั่งป้องกันเพื่อเป็นกึ่งแทงค์ก็ได้

2. หมุนวน (Tab)  : ใช้ค่าโฟกัส 2 โซลต่อครั้ง
สุดยอดสกิลอเนกประสงค์ที่สามารถต้านทานสถานะล้มได้และมีช่วงเวลาอมตะ 0.5 วินาทีหลังหมุนซึ่งปัดป้องได้ทุกอย่างยกเว้นการโจมตีทะลุป้องกันโดยสามารถเคาท์เตอร์การโจมตีประเภทเวทย์ให้อีกฝ่ายติดสถานะ stun ได้

3. ฟัน (RB) ใช้ค่าโฟกัส 2 โซลต่อครั้งเมื่อถูกศัตรูได้คืน 1 โซล สำหรับการฟันนั้นจะแยกความต่างของธาตุสายฟ้าและธาตุลมในเรื่องของดาเมจซึ่งมีผลต่างกันในระดับนึง

  • ฟัน (สายฟ้า) : ใช้ 2 โซลต่อครั้ง เมื่อติดคริติคอลจะได้ stack 1 ครั้งหากครบ 3 จะสามารถใช้สายฟ้าฟาดได้ (F) ฟื้นฟู 6 โซล
  • ฟัน (สายลม) : ใช้ 2 โซลต่อครั้ง เมื่อติดคริติคอลจะได้ stack 1 ครั้งหากครบ 3 จะสามารถใช้พายุใต้ฝุ่นได้ (F) ฟื้นฟู 6 โซล

ซึ่งในความสามารถในการสร้างดาเมจนั้นสายลมจะแรงกว่ามาก ทั้ง F และการกด RB โดยการฟันหลัง F เป็นตั้งไปหรือสกิล F ปักดาบหลังอีกฝ่ายล้มจะช่วยลดอนิเมชั่นและช่วยแคนเซิลการโจมตีของผู้เล่นเมื่อกด RB ครั้งต่อไป

4.1 ฟันต่อเนื่อง/จู่มโจม/พุ่งจู่โจม(กรณีธาตุลม)(2) 

  • ดาเมจ : ใช้ค่าโฟกัส 3 โซล
  • ล้ม : ใช้ค่าโฟกัส 0 โซล เมื่อโดนได้รับค่าโฟกัสคืน 2 โซล
  • เข้าใกล้ : ใช้ค่าโฟกัส 2 โซล เมื่อโดนได้ค่าโฟกัสคืน 9 โซล ใน 3 วินาที

4.2 สตัน/เข้าใกล้ (กรณีธาตุสายฟ้า)(2)

  • สตัน : สตันศัตรูเป็นเวลา 2 วินาทีและได้โซลคืน 2 หน่วย
  • เข้าใกล้:ฟ้นโซล 4 ทันทีและค่อยฟื้นอีก 9 หน่วยใน 3 วินาที

สำหรับสกิลนี้ในธาตุลมจะมี 3 Build คือ เพิ่มดาเมจ เข้าใกล้ และ ล้ม ซึ่งสกิลนี้เป็นสกิลที่ดาเมจรุนแรงมากสำหรับสายลมหากอัพเพิ่มดาเมจ  เนื่องจากสามารถสร้างดาเมจได้แล้วนั้นยังสามารถใช้ พายุไต้ฝุ่น (F) เมื่อพุ่งโจมตีครบ 4 ครั้งได้อีกด้วย สำหรับสายฟ้านั้นจะเป็นการเข้าไปสตันแทนซึ่งส่วนของสายลมไม่มีนะครับ

5. ดาบประสาน, ผ่าวายุ (V) ผ่าวายุใช้ 3 โซล

  • สายลมจะเป็นดาบประสานเท่านั้น คือมีสตัน และ ต้านทาน ซึ่งหากกอยู่ในสถานะต้านทานจะสามารถร่ายได้ทั้งหมด 3 ครั้ง และอยู่ในสถานะต้านทานดาเมจและ CC ขณะหนึ่ง
  • สายฟ้าจะเป็นท่าผ่าวายุซึ่งเป็นสกิลที่สร้างความเสียหายได้มากที่สุดของ BD และสร้างสายฟ้าแรงสูงเพิ่มเติม (F) พร้อมเข้าโหมดดรอวแสตนซ์

6.พลังดึงดูด(4) *สำคัญหากลง PvE ห้ามอัพบิลด์เพิ่มความเร็วเพราะเพื่อนจะตีไม่ได้*
เป็นสกิลที่มีบทบาทและเป็นหัวใจหลักของ BD ที่ยกมอน,บอส ให้เพื่อนช่วยรุมยำ หรือหากใน PvP ก็ทำให้อีกฝ่ายโดนดาบเสียบเรื่อยๆเลยทีเดียวสำหรับสกิลนี้เมื่อเรายกได้จะมีสกิลที่ใช้ได้อีกดังนี้

  • ปักสายฟ้า (F) ทำให้มีสายฟ้าเข้าโจมตีศัตรูแบบติดตามในระยะ 6 วินาที ใช้ค่าโฟกัส 1 โซล
  • เรียกดาบ (Z) ผลักศัตรูรอบๆตัวออกไปให้กระเด็น ใช้ค่าโฟกัส 2 โซล
  • กระเด็น (X) ทำให้ศัตรูกระเด็น หากอัพบิลด์ กระเด็นจะทำให้ศัตรูไม่สามารถใช้สกิลเข้าไกล้ได้ และ ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ระยะหนึ่ง ได้รับค่าโฟกัส 8 โซล
  • ฟื้นฟูโซล(1): ทำให้อีกฝ่ายหมดสติ พร้อมดูดเลือดและโซลมายังผู้ใช้
  • คมดาบ : เป็นสกิลที่ทำให้เข้าสู่โหมด Chase (ดาบติดตาม) เมื่อกด RB สำหรับสายฟ้านั้นจะเข้าสู่สแตนซ์หลังกด RB ไปแล้ว ส่วนสายลมจะยังสามารถ กด LB ได้จนกระทั่งระยะเวลายกหมด
  • – LB : เรียกดาบลงมาปักหัว ใช้ค่าโฟกัส 1 โซล
  • – RB : สร้างดาบติดตาม ใช้ค่าโฟกัส 1 โซล
  • ผลักลง : ทำให้ศัตรูนั้นล้มลง
  • ผลัก : ดันอีกฝ่ายเมื่อยก

คอมโบเมื่ออีกฝ่ายถูกหน่วง

สายฟ้า (RB) : จะฟาดคลื่นดาบไปเรื่อยๆขณะที่อีกฝ่ายถูกยก

สายลม (LB) : จะกระโดดฟาดสายลมไปเรื่อยๆขณะที่อีกฝ่ายถูกยก

*แนะนำอัพแบบฟื้นฟูโซลเนื่องจากการปักดาบนั้นจะได้โซลคืนทุกครั้ง*

7.ดาบห้าวิถี,ฟันสายลม,ฟันสายฟ้า (X) ดาบห้าวิธีใช้ค่าโฟกัส 1 โซลในครั้งแรกและใช้จนหมดเมื่อครบ 5 ครั้งหากโดนศัตรูจะไม่เสียค่าโฟกัส

สำหรับสกิลนี้จะแบ่งเป็นบิลด์ปกติที่มีทุกสายคือ ดาบห้าวิถีซึ่งจะเป็นการโจมตีโดนพุ่งไปหาศัตรูข้างหน้า หากอัพต้านทานจะทำให้เป็นอมตะเมื่อใช้สกิล หากอัพปล่อยจะทำให้อีกฝ่ายลอยทันที (ไม่เสียสกิลงัด)

7.1 ฟันพายุ  ใช้ค่าโฟกัส 2 โซล : ฟาดดาบไปข้างหน้าทำให้สามารถใช้ สกิลพายุไต้ฝุ่น (F) ได้ทันทีเหมาะสำหรับเคลียร์ทาง

7.2 ฟันสายฟ้า ใช้ค่าโฟกัส 2 โซล  : ฟาดดาบไปข้างหน้าทำให้เข้าสู่โหมดดรอว์แสตนซ์ และ สร้างสายฟ้าแรงสูงเพิ่มเติม 3 ชิ้น ในเวลา 6 วินาที

8.ฟันลม,ปาดสายฟ้า : เข้าสู่โหมดดรอว์แสตนซ์โดนชักดาบไปด้านหน้าซึ่งจะมีทั้งหมด 3 บิลด์ด้วยกัน

1.ขอบเขตกว้าง : ใช้สำหรับการ PvP เมื่ออีกฝ่ายติดสถานะล้มหรือสถานะน้อคดาวน์จะติดคริติคอล 100 เปอเซนต์ และสร้างดาเมจเพิ่มเติม และจะเพิ่มระยะสกิลเป็น 2*5 เมตร

2.เพิ่มดาเมจ : เพิ่มดาเมจจากการปาดสายฟ้าโดยดาเมจที่เพิ่มนั้นจะเพิ่มในแบบปกติและจะมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายติดสถานะ CC

3.ลดการใช้ใหม่ : ลดคูลดาวน์ของสกิลลงเหลือ 24 วินาทีและสร้างพายุ/สายฟ้า เพิ่มเติม 3 ชิ้นเมื่อเข้าสู่แสตนซ์

9.วิชาดาบ (Draw stance  mode LB ) ใช้ค่าโฟกัส 1 โซลต่อครั้ง ฟันดาบไปข้างหน้าและ ดูดเลือด 10 เปอร์เซ็นต์จากดาเมจที่ทำได้ ซึ่งสามารถแคนเซิลอนิเมชั่นได้โดยการกด (F) ได้ เมื่อมีสายฟ้า/พายุ ถ้าอัพบิลด์คริติคอลเมื่อโจมตีติดคริติคอลทุกครั้งจะฟันกวาดและสร้าง สายฟ้า/สายลม เพิ่ม 1 ชิ้น หากอัพบิลด์เร่งรัดจะเพิ่มดาเมจในการฟันกวาดและออกการโจมตีได้ไวขึ้น

10.ดายสายฟ้า/เร็วเหนือเสียง/ปัดป้อง (Draw stance mode RB)
ฟาดสายฟ้า ใช้ค่าโฟกัส 2 โซล : พุ่งไปด้านหลังศัตรูทำให้ติดสถานะสตัน 2 วินาที
เร็วเหนือเสียง : ทะลวงผ่านการป้องกันของศัตรูไปทางด้านหลังและเมื่อติดคริติคอลจะสามารถใช้เร็วเหนือเสียงได้อีกครั้งแบบไม่มี Cooldown และหากอีกฝ่ายอยู่ในสถานะล้ม , น้อคดาวน์ จะเพิ่มดาเมจรุนแรงมากขึ้น

ปัดป้อง ใช้ค่าโฟกัส 1 โซลต่อการปัด 1 ครั้งและได้รับคืนเมื่อสำเร็จ  : สามารถปัดการโจมตีได้ในระยะสั้นเมื่อกด RB และจะฟื้นฟู HP เล็กน้อย

11.โกลาหล (Tab + F) สร้างบาเรียป้องกันการโจมตี 3 วินาที และเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ หากอัพแบบคุ้มครองปาร์ตี้จะเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่มากกว่าเดิม

12.คมดาบทมิฬ,คมดาบเพลิง,จิตพิทักษ์ (Z)
คมดาบวายุและคมดาบเพลิง : ป้องกันสถานะ CC ประเภทต่างๆให้ผู้ใช้และเพิ่มดาเมจจากคริติคอลและการโจมตีรวมถึงฟื้นฟูโซลทุกวินาทีในระยะเวลาหนึ่ง|
จิตพิทักษ์ : สร้างดาบรอบตัวต้านทานความเสียหายทุกประเภทระยะเวลา 5 วินาทีและฟื้นฟู HP 10 เปอเซนต์
จิตพิทักษ์คุ้มครอง : ทำให้ทุกคนในปาร์ตี้ได้รับผลของจิตพิทักษ์แต่ระยะเวลา Cooldown จะนานกว่าจิตพิทักษ์แบบปกติ


Basic skill and stance

Dodge Step (จะเป็นอมตะในเวลา 0.5 วินาทีหลังใช้และเพิ่ม 1 โฟกัส)

Q : หลบไปด้านซ้าย

E : หลบไปด้านขวา

SS : หลบไปด้านหลัง

ขณะเหิน + LB : พุ่งไปสตันอีกฝ่าย

ขณะเหิน + RB : ปักดาบลงพื้นทำให้รอบๆติดสตัน

สกิล 1 ปาดาบ (ระยะไกล) : ปาดาบทำให้อีกฝ่ายน๊อคดาวน์สามารถใช้กลางอากาศได้

สกิล 1 เตะ (ระยะใกล้) : ทำให้อีกฝ่ายน๊อคดาวน์ด้วยการถีบ

สกิล 3 ตัดขา : ทำให้ศัตรูน๊อคดาวน์ทันทีโดยไม่พึ่งเงื่อนไข (ใช้กับพวกต้านทาน Knock down มากๆ)

ปักดาบ (F) : เมื่ออีกฝ่ายล้มหรือน๊อคดาวน์จะยกเลิกสถานะป้องกันหรือบล้อคและสามารถใช้ฟัน (RB) ได้ทันที

สายฟ้าแรงสูง/พายุ (F) : เมื่อเข้าเงื่อนไขการดรอว์แสตนซ์จะสร้าง สายฟ้า/พายุ ขึ้นมา โดยทุกครั้งที่ใช้จะได้รับค่าโฟกัส 2 โซล

คมดาบ (F) ในขณะที่อีกฝั่งอยู่ไกลในสถานะปกติ หรือ ลอย  ใช้ค่าโฟกัส 1 โซล : โยนดาบใส่ศัตรูทำให้ชะงักและยกเลิกการป้องกัน 0.5 วินาที


คอมโบกลางอากาศ

F/LB : เมื่อศัตรูล้มลงหรือติดสตันงัดศัตรูขึ้นฟ้า

LB  ขณะศัตรูลอย : โจมตีศัตรูด้วยดาบบนฟ้า ดาเมจเบากว่า LB และไม่ใช้โซล

RB  ขณะศัตรูลอย : โจมตีศัตรูด้วยการกระโดดไปฟันกลางอากาศ ใช้ค่าโฟกัส 1 โซล

LB ในขณะศัตรูกำลังตก : ใช้ดาบฟาดศัตรู ใช้ค่าโฟกัส 2 โซล

RB ในขณะศัตรูกำลังตก : ใช้ดาบฟาดศัตรูลงพิ้น ดาเมจเบากว่า LB ใช้ค่าโฟกัส 2  โซล

*Tip ในขณะงัดลอยนั้นสามารถใช้สกิลปาดาบเสริมเมื่อโซลไม่พอได้*


การคอมโบเบื้องต้น PVE

สายฟ้า : เข้าดรอว์สแตนซ์ + LB + F + LB + F + LB + F + V + LB + F *Loop*

สายลม : พายุจู่โจมต่อเนื่อง(2) + F + RB + RB + RB + F *Loop*