เจาะลึกข้อมูลคลาส Blade Master ในเกม Dragon Raja

หากคุณกำลังมองหาคลาสที่สามารถยืนรับดาเมจได้ทุกอย่างในเกม และทำดาเมจได้ในระดับที่พอดิบพอดี คลาส Blade Master ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดแล้วล่ะครับ ระยะประชิด หนีกันทุกคนแน่นอน

ข้อมูลโดยพื้นฐาน

Blade Master (DPS-Tank/Full Tank)

ตำแหน่งหน้าที่: กึ่งดาเมจ-แท็งค์ // แท็งค์

ระยะโจมตี: ใกล้

ค่าสถานะที่จำเป็น: CON, STR, INS

สกิล

Blade Master เป็นคลาสที่มีสกิลอยู่ 2 ชุด แต่เนื่องจากสกิลนั้นมีจำนวนเยอะมาก ดังนั้นผมขอคัดมาเฉพาะที่น่าสนใจนะครับ

 Meitou

  • Demon Rage – เข้าสู่โหมด Berserk เพิ่มพลังโจมตี และดาเมจ หากโดนดาเมจในช่วงทีอยู่ในโหมด Berserk จะทำให้ Naraka ถูกเปิดใช้งาน
  • Azure Moon – ทำดาเมจกายภาพให้แก่ศัตรูด้านหน้า สูงสุด 5 เป้าหมาย และทำให้ยกศัตรูขึ้น หลังจากนั้นจะเปิดใช้การ Diagonal Slash (ชื่อสกิล, อ่านต่อข้างล่าง)
  • Roundhouse kill – ทำผลักศัตรูด้านหน้า สูงสุด 5 เป้าหมาย และทำดาเมจกายภาพ และทำให้ติดสถานะ แช่แข็ง/ช็อค
  • Red Lotus – ทำดาเมจให้กับศัตรู 5 ้เป้าหมายเป็นเส้นตรง และเข้าสู่โหมด Odachi
  • Blizzard – ทำดาเมจให้แก่ศัตรู 5 และเข้าสู่โหมด Large Tachi 
  • Thunder – ทำดาเมจและ ทำให้ศัตรูติดสถานะช็อค + เข้าสู่โหมด Odachi
  • Diagonal Slash – หลังจากที่มีการใช้สกิล Azure Moon, ทำดาเมจกายภาพมหาศาลแก่ศัตรู
  • Moon Shatterer/Landslide – หนึ่งในสกิลที่ดีที่สุดของคลาส Blade Master ที่ป้องกันดาเมจจากศัตรู และเพิ่มการต้านทานดาเมจ แนะนำว่า ถ้าเลือดน้อย ให้ใช้สกิลนี้เพื่อป้องกันการโจมตี

 Odachi

  • Void – สกิลนี้จะช่วยเพิ่ม หลบหลีก ความเร็วในารเคลื่อนที่ พลังป้องกันกายภาพ พลังป้องกันเวทย์ และได้ Super Armor
  • Moongazer – ทำดาเมจกายภาพ และทำให้ติด aerial effect หากศัตรูติด aerial effect อยู่แล้ว จะทำให้ Wane ทำงาน
  • Blossom Dance – เมื่อกดใช้จะทำสถานะ Cherry Blossom และดาเมจกายภาพแก่อีกฝ่าย
  • Sakura Slay – หากศัตรูติดสถานะ Cherry Blossom อยู่ จะทำการระเบิดเป้าหมายพร้อมทั้งทำดาเมจกายภาพให้แก่เป้าหมายรอบๆ
  • Flash – ทำให้อีกฝ่ายติด ดีเลย์ และทำดาเมจกายภาพ อีกทั้งยังเป็นการเปิดใช้งานสกิล Counter Wave อีกด้วย
  • Counter Wave – ยกและโยนเป้าหมาย ทำดาเมจกายภาพมหาศาล
  • Emphemeral Beauty – ฟันศัตรูจำนวนหลายตัว สร้างดาเมจกายภาพ

Talents

 C – Level

  • Blossom Slash – เพิ่มศักยภาพของ Blossom Dance
  • Heavy Strike – เพิ่มดาเมจให้แก่สกิลสาย Odachi
  • Excited – ลดดาเมจจากมอนสเตอร์ และเพิ่มดาเมจแก่การโจมตีมอนสเตอร์

 B – Level

  • Wind and Moon – เพิ่มศักยภาพของสกิล Void
  • New Life – ลดคูลดาวน์สกิล Sakura Slay
  • Fury – ทำให้สถานะ Berserk ติดตอนใช้สกิล Moon Shatterer ด้วย

 A – Level

  • Cherry Blossom Snow – เพิ่ม Ephemeral Beauty
  • Moon Shackle – เมื่อใช้ Moongazer จะทำให้ Wane ทำงานทันที, หากศัตรูติด Aerial Effect จะทำให้ดาเมจของ Wane เพิ่มขึ้น
  • Rakshasa Dance – เปิดใช้งาน Machamp (เพิ่มดาเมจให้แก่ผู้เล่น) โดยจะมีผลหลังจากปล่อยสกิลชุด Odachi

 S – Level

  • Naraku – รีเซ็ตคูลดาวน์สกิลทุกสกิล และเพิ่มดาเมจเมื่อสกิล Naraka ถูกใช้งาน
  • Dragon Lord’s Wrath – เพิ่มหลบหลีก ความเร็วการเคลื่อนที่ และลดดาเมจที่ได้รับ
  • Izanami’s Dance – เพิ่มดาเมจเมื่อเข้าสู่โหมด Odachi, เพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ เมื่อเข้าสู่โหมด Meitou

แนวทางการเลือกใช้ Talent

คร่าวๆ Talent ของ Blade Master จะสรุปได้ประมาณนี้ครับ สำหรับคำแนะนำ หรือ Talent ที่ผมใช้อยู่เป็นตามนี้เลย

C – Level : Heavy Strike – เพิ่มดาเมจให้กับสกิลสาย Odachi

B – Level : Fury – เข้า Berserk เพื่อเพิ่มดาเมจ/พลังโจมตี

A – Level : Rakshasa Dance – ดาเมจเพิ่มมาเยอะมากจริงๆ

S – Level :  Izanami’s Dance – ส่วนตัวคิดว่าอันนี้ “โกง” ที่สุดแล้วครับ ใน 3 อัน

การเลือกใช้ Talent ตามข้างบน จะเน้นการเพิ่มดาเมจให้กับสกิลชุด Odachi ครับ ขอบอกเลยว่าแรงขึ้นมากจริงๆ

แนวทางการเล่น Blade Master

ออกตัวก่อนว่า Blade Master ไม่ใช่ตัวที่ผมถนัดนักนะครับ สิ่งนึงที่ผมรู้สึกหลังจากเล่นไปสักพัก คือคลาสนี้แทบจะไม่ต้องพริ้วอะไรเลย ชนให้ได้แล้วทุกอย่างจะดีเอง เพราะด้วยความหนาของตัวละครที่ไม่เป็นรองใครในเกม ทำให้ดาเมจที่ได้รับส่วนใหญ่จะแค่สะกิดๆ เท่านั้น เลือดแทบไม่ลด

สำหรับการ PvE

ปล่อยออโต้อย่างเดียว และหันไปกินข้าว อาบน้ำ หรือดูหนัง รอได้เลยเพราะตั้งแต่พาเจ้า Blade Master ไปลุยดัน และปล่อยออโต้ไว้ “ไม่เคยตายสักครั้ง” เพราะดาเมจในดัน หากไม่เลือกที่มันเกินตัวเกินไป ก็ผ่านได้สบายๆ แต่อาจจะใช้เวลานานสักหน่อยสำหรับการ Solo เพราะคลาสนี้ไม่ได้ดาเมจจัดจ้านเหมือนคลาสสายดาเมจโดยตรง

สำหรับการ PvP หรือ GvG

แน่นอนว่าตัวละครสายแทงค์ย่อมเป็นแนวหน้าของการต่อสู้ โดย Blade Master ในการทำสงครามกิลด์ หรือการต่อสู้แบบหมู่ คลาสนี้สามารถเดินเข้าไปชนตรงๆ ได้เลย และยืนให้ได้นานที่สุดเพื่อให้เพื่อนๆ อย่าง Gunslinger ทำดาเมจจากด้านหลัง ส่วนการ 1vs1 อาจจะต้องยอมรับว่าเนื่องจากเป็นตัวละครที่ช้า (มาก) ทำให้การไล่จับคลาสตีไกลอย่าง Gunslinger เป็นอะไรที่ยากมาก และกว่าจะจับตัวได้เลือดก็ลดไปเยอะมากแล้ว ดังนั้นขอสรุปว่า คลาสนี้เป็นคลาสที่สามารถขยี้ Assasins ได้สบายๆ แต่ก็เป็นเป้าสำหรับ Gunslinger ได้ง่ายๆ เช่นกัน

 

Gear/ของสวมใส่

อันดับแรก Stat ที่เราจะเน้นในคลาสนี้คือค่า STR, INS , AP (เจาะเกราะ), และพลังโจมตีธาตุไฟ ด้วย stat เหล่านี้ จะทำให้คลาส Blade Master สามารถรีดพลังออกมาได้มหาศาล ส่วนสถานะอื่นๆ ผมขอแนะนำเป็น อะไรก็ได้ที่เสริมพลังป้องกัน อาจจะเน้นพิเศษไปที่การป้องกันธาตุลม เพราะเป็นธาตุหลักของคลาส Gunslinger เพื่อให้เรายืนได้นานขึ้นในการต่อสู้ก็ได้

โดยสรุปแล้ว การเน้นสถานะในคลาสนี้ หากต้องการเพิ่มดาเมจ ให้เน้นไปที่ STR, INT หากต้องการเพิ่มความถึก ให้เพิ่ม CON แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้เล่นด้วยนะครับ

Core

เนื่องจากสกิลของคลาส Blade Master ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสกิลธาตุไฟ ดังนั้นหากจะเน้นไปที่ดาเมจ เราสามารถยัดไฟ 9 เม็ดได้เลย หรือหากอยากได้ ถึกวัวตายควายล้ม สำหรับการ GvG จะยัดดิน 9 เม็ด ก็ไม่เสียหายครับ ส่วนน้ำที่ผมยัดไว้ 5 เม็ด เพื่อช่วยลดคูลดาวน์สกิลเท่านั้นเองครับ

DPS

9 ไฟ/แดง | 5 น้ำ/ฟ้า | 2 ลม/เขียว

Full Tank

9 ดิน/เหลือง | 5 น้ำ/ฟ้า | 2 ไฟ/แดง

 เนื่องจากระบบในเกมเน้นไปที่การเล่นเป็นปาร์ตี้เป็นหลัก หากขี้เกียจเปลี่ยนไปมา จะเล่น Full Tank ตลอดเวลาเลยก็ได้ครับ เพราะส่วนตัวแล้ว ผมก็ยัด Full Tank ไว้ตลอดเวลานั่นแหละ เวลาไปลงดันก็ให้เพื่อนๆ ตีเอา ตัวเองยืนรับดาเมจและให้ Soul Dancer คอยฮีลให้ ฮ่าๆ