รีวิวิเกม: Girls’ Frontline – Neural Cloud

จัดเป็นหนึ่งในเกมมือถือเปิดใหม่ที่ได้รับความสนใจจากแฟนเกมไม่น้อยเลยทีเดียวกับ Neural Cloud อีกหนึ่งเกมตัวใหม่จากแฟรนไชส์ชื่อดังน่ะเอง ในวันนี้ผมก็เลยจะมารีวิวตัวเกมดังกล่าวให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันมากขึ้น และมาดูกันดีกว่าว่าทำไมตัวเกมดังกล่าวถึงได้รับความสนใจจากเหล่าแฟนเกมน่ะเอง

เกมนี้คือเกมอะไร?

สำหรับตัวเกม Neural Cloud หรือในชื่อเต็มว่า Girls’ Frontline: Neural Cloud นั้นเป็นเกมมือถือตัวใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทาง MICA Team / Sunborn สตูดิโอเดียวกับผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง Girls’ Frontline น่ะเองครับ ซึ่งถ้าพูดถึงแฟรนไชส์นี้เกมเมอร์บ้านเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกันเท่าไหร่นักเพราะยังไม่เคยมาลงสโตร์บ้านเราเลย แต่ตัวแฟรนไชส์ดังกล่าวก็นับว่าดังพอสมควรจนถึงขั้นที่ว่าได้ถูกหยิบมาทำอนิเมะเลยล่ะนะ

โดยตัวเกม Neural Cloud ในภาคนี้ก็จะมาในสไตล์เกมแนววางแผน Strategy Game ที่ผสมผสานกับความเป็นแนว Roguelike ลงไป พร้อมด้วยสไตล์ภาพตัวละครแนวจิบิ 3D สุดน่ารักชวนเล่นมากทีเดียว สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่พึ่งเปิดไปล่าสุดนี้ก็เป็นของทางฝั่ง Global น่ะเองโดยมีการลงใหกับทั้งฝั่งของ IOS และ Android เลยเพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ไปดาวน์โหลดมาเล่นได้นะ

เอาล่ะแนะนำตัวเกมคร่าวๆ แล้วทีนี้เรามาดูถึงระบบการเล่น, ตัวละคร และความน่าสนใจส่วนอื่นๆ กันต่อเลยดีกว่า


เกมเพลย์เข้าใจง่าย แต่เล่นให้เก่งต้องฝึกพอสมควรเลย

ตามที่ระบุไปตอนต้นครับว่าตัวเกม Neural Cloud นี้จะมาในสไตล์เกมแนววางแผน Strategy Game ที่เราต้องนำตัวละครในทีมของเราไปลงสนามเพื่อต่อสู้ โดยเมื่อเริ่มเกมในแต่ละด่านทางตัวเกมจะเปิดให้เราวางแผนก่อนว่าเอาตัวไหนวางตรงไหนได้ซึ่งมาลักษณะในแบบตารางช่องน่ะเอง เมื่อเราจัดตำแหน่งเรียบร้อยแล้วกดเริ่มตัวละครในทีมของเราก็จะวิ่งไปจัดการฝั่งตรงข้ามโดยอัตโนมัติครับ

ในระหว่างต่อสู้นั้นอยู่เราสามารถทำการกดใช้งานท่าไม้ตายตัวละครที่อยู่บริเวณด้านขวาของจอได้เพียงแต่การเปิดใช้งานไม้ตายนี้จะมีลักษณะเป็นเหมือน “เกจพลังงาน” ที่ต้องเลือกใช้และไม่สามารถกดพร้อมกันได้ทุกตัวล่ะนะ

นอกจากนี้มีอีกสิ่งที่ทำได้นั่นคือการเปิดใช้งาน Tactical Skill หรือ “สกิลกลยุทธ” มีลักษณะเป็นแถบแต้มสีเหลืองอยู่มุมขวาล่าง โดยสกิลนี้จะมีลักษณะเป็นเหมือนความสามารพิเศษใช้ในสนามเช่น เทเลพอร์ตตัวละครของเราไปยังตำแหน่งใดก็ได้ในแผนที่ หรือ เปิดใช้งานสกิลพื้นฐานของตัวละคร อะไรทำนองนี้เป็นต้น ในการเปิดใช้แต่ละสกิลนั้นก็จะมีเขียนกำกับไว้อยู่ว่าต้องใช้แต้มเท่าไหร่ ซึ่งแต้มก็จะค่อยๆ เด้งเพิ่มขึ้นมาทีละนิดระหว่างต่อสู้อยู่

ในส่วนของเกมเพลย์นี้ก็เรียได้ว่าเข้าใจง่ายพอสมควรเลยเพราะเป็นระบบพื้นฐานที่เราเจอได้ในเกมมือถือส่วนใหญ่ แต่การจะเล่นให้เก่งให้คล่องนั้นอาจต้องใช้เวลาในการฝึกพอสมควรเลยเพราะในแต่ละด่านมันจะไม่ได้มีแค่ตัวละครทีมเราหรือศัตรูเท่านั้น แต่มันจะมีในส่วนของพวกสิ่งกีดขวางหรือกับดักต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทำให้เราต้องพึ่งการวางแผนมากกว่าเกมอื่น


แล้วระบบ Roguelike ที่ว่าอยู่ตรงไหนกันล่ะ?

นอกเหนือจากการเป็นเกมวางแผนแล้วอีกหนึ่งระบบที่ตัวเกมเลือกนำมาใช้ด้วยนั่นก็คือ Roguelike ครับ ระบบที่นำมาเข้ามาใช้และส่งผลให้การเล่นในแต่ละรอบแทบจะไม่ซํ้ากันเลย แล้วถ้าอย่างนั้นระบบนี้มันอยู่ตรงไหนกันล่ะ?

ส่วนแรกของ Roguelike เลยนั้นจะอยู่ที่ตัวของ Function มาในลักษณะของความสามารถเสริมที่ผู้เล่นสามารถกดรับได้หลังจบด่านย่อยและก็แน่นอนว่าเราไม่มีทางรู้เลยว่า Function โผล่มาให้เราเลือกแบบไหนแถมมันก็ไม่ได้มีแต่เพิ่มความสามารถให้เราเสมอไปหรอกนะ บางครั้งมันก็มีประเภทโผล่มาลดความสามารถของเราอยู่ด้วย โดยตัว Function พวกนี้จะยังคงอยู่กับเราไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบด่านครับผม

ส่วนต่อมาอยู่ที่ “ตัวด่าน” ในการเล่นแต่ละครั้งตัวด่านจะมีการสุ่มออกมาไม่เหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็นตัวของด่านเอง, ศัตรู หรือพวกสิ่งกีดขวางเองก็ตามที ทำให้เราคาดเดาอะไรแทบไม่ได้เลยล่ะ แถมค่าพลังชีวิตหรือ HP ของตัวละครก็จะไม่ฟื้นฟูมาให้ด้วยจบกว่าเราจะเล่นจบด่านย่อยทั้งหมด ซึ่งตรงนี้มันเลยทำให้พวกตัวสายฮีลทั้งหลายเป็นอะไรที่สำคัญมากทีเดียว

ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วตัว Function ก็จะเปรียบเสมือน “ไอเทม” ในเกม Roguelike นั่นล่ะครับ ส่วนตัวด่านก็จะคล้ายกันเลยคือสุ่มเปลี่ยนไปไม่ให้ซํ้ากันและด้วยระบบนี้นี่เองมันเลยทำให้การเล่นแต่ละรอบไม่ซํ้ากันเลย แถมเอาเข้าจริงเรื่องของ “ดวง” ก็มีความเกี่ยวข้องอยู่ด้วยล่ะนะ เพราะถ้าเกิดดวงร้ายเจอแต่ Function ติดลบมาก็มีโอกาสทำให้เราแพ้ได้ง่ายๆ เลยล่ะ แต่ถ้าดวงดีได้ของบวกตรงสายตัวละครมันก็จะทำให้เราผ่านด่านง่ายมากทีเดียว


ตัวละครที่เราสะสมได้ภายในเกมเป็นยังไงบ้าง?

ทางด้านตัวละครที่เราสามารถหามาสะสมภายในเกมนี้ได้นั้นจะถูกเรียกว่า Doll ครับ ซึ่งจะมีการแบ่งออกด้วยเกณฑ์สองอย่างคือ 1.ระดับความหายาก และ 2.คลาสของตัวละคร ส่วนวิธีการหาตัวละครนั้นแน่นอนว่าวิธีหลักก็มาจาก “กาชาปอง” น่ะเองส่วนที่เหลือก็เป็นการเคลียร์เนื้อเรื่องหรือไม่ก็อีเวนต์ต่างๆ อย่างช่วงเปิดเกมนี้ก็มีการแจกน้อง Willow มาให้ฟรีด้วยล่ะนะ

ในส่วนของระดับความหายากนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ขั้นด้วยกันคือ:

• ระดับ R (★)

• ระดับ SR (★★)

• ระดับ SSR (★★★)

ทางด้านคลาสของตัวละครนั้นก็จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทด้วยกันคือ: 

• Guard – ตัวถึกทนไว้รับดาเมจหรือก็คือตัวแทงค์ประจำเกมนั่นล่ะครับ

• Sniper – สายที่เน้นการทำดาเมจระยะไกล

• Warrior – อีกหนึ่งสายดาเมจที่เน้นการโจมตีระยะใกล้

• Specialist – สายที่เน้นการใช้สกิลต่างๆ ในการโจมตีหรือไม่ก็ก่อกวนศัตรู

• Medic – สายซัพพอร์ตที่มีบทบาทหลักในการรักษาและบัฟ

ทั้งนี้ไม่ว่าตัวละครจะเป็นระดับความหายากไหนหรือเป็นคลาสใดก็ตามแต่ ทุกตัวสามารถดันไปถึงระดับ 5 ดาวได้ครับ อย่างเช่นตัวละครในระดับ R ที่มีดาวเดียวถ้าเกิดเราปั้นน้องมากพอน้องก็สามารถไต่ไปถึงระดับ 5 ดาวและอาจเก่งเทียบเท่ากับตัว SSR บางตัวที่อัปเต็มได้เลย มันจึงกลายเป็นว่าระดับความหายากในเกมนี้เป็นเหมือนตัวชี้วัดความยากในการเปิดได้กับจำนวนดาวและสกิลที่ใช้ได้ตั้งแต่เริ่มมากกว่า


คอนเทนต์หรือโหมดอื่นในเกมมีอะไรบ้าง

ถ้าหากพูดถึงคอนเทนต์หลักของตัวเกมก็คงเป็นการตลุยด่านเคลียร์เนื้อเรื่องนั่นล่ะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งเกมจะมีอยู่แค่นั้นสักหน่อยเพราะเราก็ยังมีโหมดการเล่นอื่นๆ ให้ได้เข้าไปเล่นกันอยู่ด้วยครับ

ยกตัวอย่างอันแรกเลยกับ Oasis ระบบที่มาในลักษณะ “ป้อมปราการ” ที่คล้ายกับระบบเมืองให้เราสามารถทำการต่อเติมหรือสร้างอาคารต่างๆ เข้ามาได้ ซึ่งอาคารทั้งหลายเหล่านี้เมื่อเราสร้างมันก็จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ทั้งหลายแหล่ตามมาด้วยน่ะเองครับ แน่นอนว่านี่ก็คือหนึ่งในระบบสำคัญของตัวเกมที่ผู้เล่นทุกคนต้องแวะมานั่นล่ะครับเพราะถ้าไม่สร้างเราก็จะเข้าถึงคอนเทนต์อื่นไม่ได้เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีคอนเทนต์อื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น Dormitory – หอพัก, Factory – โรงงาน ไปจนถึงพวกคอนเทนต์อย่าง Endless Mode, Exploration หรือ ท้าประลองบอสต่างๆ เองด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นระบบที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นล่ะครับมันอาจไม่ได้ดูแปลกใหม่อะไรมากนักแต่อย่างน้อยก็พอจะอุ่นใจได้ว่าจะมีอะไรให้เราทำภายในเกมนี้แน่นอนไม่ต้องกลัวเคว้งแต่อย่างใด


คิดเห็นยังไงกับตัวเกมบ้าง?

หลังจากไปลองเล่นประมาณนึงแล้วถ้าถามว่าคิดยังไงกับตัวเกมคนต้องบอกว่า “เล่นยากระดับนึงเลยล่ะ” ด้วยเหตุผลที่ว่าเกมนี้จะมาในสไตล์ของเกมแนววางแผน Strategy ที่เราต้องคิดให้ดีว่าเอาตัวไหนไป ต้องวางตรงไหน กดสกิลช่วงไหนอะไรยังไง คือแค่นี้มันก็เหนื่อยระดับนึงแล้วนะแต่นี่ตัวเกมยังใส่ความเป็น Roguelike เข้ามาอีกทำให้ตัวเกมเล่นยากขึ้นไปอีกขั้นนึงเลยล่ะ

แต่ถึงแม้เกมมันจะแอบเล่นยากอยู่แต่เอาจริงๆ เกมมันก็สนุกมากนะ อย่างเวลาเราเล่นจบด่านแล้วเปิดได้ Function โหดๆ เนี่ยมันทำให้เพลินมากเลย อย่างเช่นอันที่ทำให้คลาส Warrior วาร์ปตีตัวอื่นได้เมื่อฆ่าศัตรูได้บางครั้งเราจะเห็นตัวละครเรากลายเป็นยอดมนุษย์วาร์ปรัวๆ เลยก็มี หรือเอฟเฟกต์ที่ทำให้ Healer ฮีลแรงขึ้นรัวขึ้นชนิดที่ว่าเล่นจนจบด่านทั้งทีมเลือดเต็มไม่ลดเลยล่ะ แต่ถ้าช่วงไหนดวงแย่ๆ เจอ Function ติดลบมาแทบจะปามือถือทิ้งก็มีอยู่บ้างล่ะนะฮ่าๆ 

สรุปเลยคือลองมาเล่นกันดูก่อนก็ได้ครับ อย่างที่บอกไปว่าเกมมันเล่นไม่ยาก แต่จะเล่นให้เก่งก็อีกเรื่องนึง เผื่อบางคนมาเล่นแล้วอาจจะถูกกับเกมแนวนี้ก็เป็นได้

ข้อดีของตัวเกม: 

• ภาพสวยมากไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์, ฉาก หรือตัวละครก็ตามที

• การเล่นแต่ละรอบให้ประสบการณ์ไม่ซํ้ากันเลยเพราะเป็นแนว Roguelike

• มีโหมดหลายอย่างให้เล่นค่อนข้างเยอะ

• การปั้นตัวละครเกมนี้ทำได้ค่อนข้างง่ายเทียบกับเกมอื่น

ข้อเสียของตัวเกม: 

• ต้องเก่งภาษาระดับนึงถึงเล่นได้คล่อง (ใช้แปลสกิล, Function, Tactical Skill อื่นๆ )

• การผ่านด่านแต่ละทีใช้เวลาค่อนข้างเยอะเทียบกับหลายๆ เกม