[Monster Hunter Rise] ระบบ Wyvern Riding ขี่มอนให้เทพ

Monster Hunter Rise Riding cover playpost

ในมอนฮันแต่ละภาคนั้นก็จะมีระบบใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาเสมอเพื่อให้ตัวเกมมีความสดใหม่ ซึ่งใน Monster Hunter Rise นั้นก็ไม่พ้นเจ้า Wirebug ที่ทำได้สารพัดอย่างนั่นเอง แต่ในบทความวันนี้จะมาขอขยายเกี่ยวกับเรื่องของการขี่มอนสเตอร์หรือ Wywern Riding กันซักหน่อยว่าเราสามารถเล่นอะไรกับมันได้บ้างเป็นพิเศษไหม เพราะคิดว่าเพื่อนๆ มือใหม่หลายคนอาจจะไม่ค่อยเข้าใจหรือใช้งานมันได้ไม่สุดเท่าไหร่นัก

ทำยังไงถึงจะขี่มอนสเตอร์ได้

การที่เพื่อนๆ จะขี่มอนสเตอร์ได้นั้น ขอให้เข้าใจนิดนึงว่า มันคือหนึ่งในสถานะผิดปกติ เพราะงั้นในการขี่ครั้งแรกสุดเราจะทำได้ค่อนข้างง่ายมาก แต่ในการขี่ครั้งต่อๆ ไปจะทำได้ยากขึ้นนั่นเอง

วิธีการขี่มอนสเตอร์จะต้องทำให้มันสมยอมเราก่อน (มีลูกศรสีแดงขึ้นที่หัว) โดยไอ้การจะยอมให้เราขี่เนี่ย ไม่ใช่ว่าเราตีๆ ยิงๆ มันอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องทำความเสียหายที่มีแต้มของการขี่ให้ด้วยเท่านั้น ถึงจะทำให้เกิดสถานะนี้ได้

การโจมตีที่ทำให้เกิดสถานะนี้ จะสังเกตุได้จากเมื่อโจมตีแล้วจะมีออร่าสีน้ำเงินปรากฎที่ตัวเลขของความเสียหายประกอบด้วย โดยจะเกิดขึ้นได้จาก

  • ท่าโจมตีกลางอากาศ และท่า Silkbind Attack ต่างๆ
  • มอนสเตอร์สองตัวทำการต่อสู้กันเองโดยที่เราไม่ได้ไปขี่มันมาสู้กัน
  • การจับมอนสเตอร์ตัวนึง โขกเข้าใส่อีกตัวหนึ่งที่ยังไม่โดนขี่
  • ทำการใช้ Endemic Life – Puppet Spider ใส่

หากเงื่อนไขครบถูกต้อง สถานะพร้อม เจ้ามอนสเตอร์ที่ว่าก็จะยืนคอตกนิ่งๆ ให้เราขี่เล่นแต่โดยดี

 

การขี่มอนสเตอร์ทำอะไรได้บ้าง?

ในภาค Rise นี้ การที่เราขี่มอนสเตอร์ได้ ก็ย่อมจะเอามาใช้งานได้ค่อนข้างหลากอย่างในระดับหนึ่ง โดยหลักๆ แล้วคือการที่จะใช้มันในการโจมตีมอนสเตอร์ตัวอื่นได้นั่นเอง ซึ่งเมื่อโจมตีก็จะทำให้ตัวที่โดนตีนั้นเสียเลือด จนล้มลงเปิดโอกาสให้เราได้โจมตีระยะสั้นๆ ได้ หรือแม้แต่จะจับมันเสยผนังเล่นให้เสียเลือดก็ได้ ก็ช่วยเราได้เหมือนกัน

เมื่อเราขี่มอนสเตอร์ได้แล้ว หลักๆ เราก็จะสามารถใช้มันในการเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้ แม้ว่าจะต้องดริฟกันซักหน่อยเพราะพี่แกไม่ค่อยจะยอมหันหน้าตามเท่าไหร่นัก พร้อมกับมีหน้าจอ UI แสดงข้อมูลให้เราทราบดังนี้

  1. เวลาที่เราสามารถขี่ได้ทั้งหมด หน้าปัดนี้จะลดลงอย่างต่อเนื่อง และลดลงเร็วมากถ้าเราโดนโจมตีระหว่างที่กำลังขี่มอนอยู่ แต่ถ้าโจมตีมอนสเตอร์ตัวอื่นได้ หน้าปัดนี้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย(มาก)
  2. เกจแสดงท่า Finisher หรือท่าปิดท้าย เกจนี้จะเพิ่มจากการให้มอนสเตอร์โจมตีใส่มอนตัวอื่น เมื่อเกจเต็มจะสามารถกดท่า Finisher ที่รุนแรงกว่าท่าปกติได้
  3. จำนวน Wirebug ที่เรามีอยู่ จะใช้ในควบคู่กับการหลบ หรือจับโขกกำแพง
  4. แสดงท่าทางที่เราใช้ได้ตอนขี่ โดยแบ่งเป็น
    1. สั่งมอนสเตอร์วิ่ง การวิ่งของมอนนั้นจะค่อนข้างควบคุมยากเล็กน้อยเพราะตีโค้งกว้าง โปรดระวัง
    2. ส่งมอนสเตอร์พุ่งไปโขกอะไรบางอย่างข้างหน้า ท่านี้เมื่อใช้จะมีเวลาประมาณ 2 วินาทีก่อนที่มอนสเตอร์จะล้มลง หลุดจากการขี่โดยอัตโนมัติ สามารถยืดระยะเวลาได้ด้วยการกด Emergency Evade จะทำให้มีเวลาอีกซักพักก่อนที่มอนสเตอร์จะล้มลง
    3. ท่าโจมตีเบา เป็นท่าที่จะออกท่าโจมตีได้ไวนิดแต่เบาหน่อย
    4. ท่าโจมตีหนัก ท่านี้จะแรงกว่า ช้ากว่าแต่เพิ่มเกจ Finisher ได้เยอะกว่า
    5. Emergency Evade เป็นการสั่งให้มอนสเตอร์โยกหลบทันทีเหมือนกับการกลิ้งของเรา ใช้หลบท่าโจมตีของมอนสเตอร์ที่เราสู้อยู่ หรือใช้ฟื้นตัวหลังใช้ท่าต่างๆ ได้

โดยหลักๆ เราก็จะสามารถใช้งานเจ้าพวกมอนสเตอร์พวกนี้ได้ประมาณนี้

 

เทคนิคการขี่มอนให้คุ้มค่า

หากเพื่อนๆ เป็นนักล่าชั้นอ๋องแล้วอาจจะคิดว่า การขี่มอนตีกันเนี่ย มันช่วยทำความเสียหายได้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก จังหวะมอนล้มก็ไม่ได้นานเท่าไหร่นัก แต่สำหรับนักล่ามือใหม่แล้ว มันสามารถช่วยลดเวลาการล่าได้มากเลยทีเดียวล่ะ เนื่องจากระหว่างที่เราขี่มอน เราก็จะไม่โดนความเสียหาย แถมยังช่วยทำความเสียหายได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี เราต้องเข้าใจด้วยว่าเป้าหมายของเควสคืออะไร เป็นการจัดการกับมอนตัวไหน ถ้าจัดการผิดตัวก็เสียเวลาเปล่า ดังนั้นการขี่มอนเลยมีลักษณะดังนี้

  • ถ้ามอนตัวนั้นเป็นตัวที่มาแจมแล้วเราขี่ได้ ก็ขี่ไปอัดกับเป้าหมายหลักได้เลย ไม่ต้องคิดมาก
  • ถ้ามอนตัวนั้นเป็นมอนหลักในเควส เรามีสองทางเลือกคือ
    • ขี่ไอ้เจ้านี่ไปโขกหน้ามอนในเควสอีกตัวให้มันล้ม เพื่อเราจะได้ย้ายไปขี่ตัวนั้นมาตบตีเจ้าตัวหลักแทน
    • ขี่ไอ้เจ้านี่โขกผนัง 3-4 โป๊กซะเลย เลือดลดฮวบๆ แล้วลงไปนวดมันต่อ

ในกรณีข้อแรกเราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ในกรณีข้อสองจะเป็นยุ่งยากเล็กน้อย

โดยถ้าเราเลือกจะทำแบบแรก ให้เราขี่มันวิ่งไปหามอนตัวอื่นในแผนที่ แล้วพอเจอหน้ากันก็เล็งตำแหน่งดีๆ วิ่งใส่แล้วก็สั่งมันพุ่งชนได้เลย จบงาน

แต่กรณีแบบที่สอง เราต้องหามุมซักนิด เพราะเวลาสั่งมอนพุ่งไปโขก เราจะมีเวลาแค่ 2 วินาทีก่อนมันจะล้มหมดแรงทันที ถ้าอยากจะโขกให้คุ้ม จะต้องหามุมที่เมื่อโขกแล้วเรามีเวลาสั่งมัน Evade ตั้งลำแล้วรีบสั่งโขกเสยอันต่อไปได้ทันที ซึ่งปกติแล้ว เมื่อมอนโขกผนัง มันจะหน้าเยหัวโยกไปทางขวามือ ให้เราตั้งลำแล้วรีบสั่งมันโขกต่อ จะเชนคอมโบได้ตามจำนวน Wirebug ที่เรามีในขณะนั้น +1 (นั่นหมายถึงหากต้องการโขกให้คุ้ม ควรวิ่งหา Wirebug มาเพิ่มซํกตัวก่อนนั่นเอง จะโขกได้อีกเปรี้ยงนึงฟรีๆ)

นอกจากนี้แล้ว การที่มอนหมดสภาพให้เราขี่ เราจะมีเวลานานมากๆ ร่วม 15 วินาที ก่อนที่มอนจะฟื้นตัวขึ้นมา ระหว่างเราสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ตั้งแต่ลับมีด เติมเลือด หามุมสวยๆ ฟาดหน้าซักเปรี้ยง แต่ต้องระวังตรงที่ว่า การโจมตีโดนมอนฮิตแรกสุดจะเป็นการขึ้นขี่ทันที เพราะงั้นหากเพื่อนๆ ตั้งใจเล็งท่าแรงๆ (เช่น Impact Crater ของค้อน) ก็ต้องเล็งดีๆ หน่อย หากเหวี่ยงค้อนไปโดนตั้งแต่เริ่มก็จบเลยนะ

สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของการใช้ท่า Finisher ที่เมื่อเกจเต็มแล้ว หลอดของเกจนี้จะค่อยๆ ลดลงช้าๆ ทำให้แม้หลอดจะเต็ม แต่เราก็ยังมีเวลานอนเจ้ามอนเป้าหมายของเราต่ออีกซักพัก ยังไม่ต้องรีบกด Finisher ก็ยังได้ เรียกว่าขี่ทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม!

 

การขี่มอนสเตอร์ในระบบ Rampage

อย่างที่เพื่อนๆ ทราบกันดีกว่า ในการเล่น Rampage เจ้ามอนสเตอร์จะมีการแบ่งทีมเป็นพวกทุบประตูและพวกปั่นป่วน  ซึ่งเมื่อตัวทุบประตูไปนัวเนียที่ประตูแล้ว เราจะหยุดมันได้ยากมาก ยิงหัวให้มึนก็ยาก จะยิงให้ตายก็นาน

การขี่มอนสเตอร์ในระบบ Rampage จึงช่วยได้มาก เนื่องจากเราจะเป็นอมตะในช่วงที่ขี่มอน และการโจมตีแต่ละอย่างจะทำให้มอนสเตอร์ที่โดนชะงักอย่างแน่นอน ซื้อเวลาเราจากการที่มันจะกระทุ้งประตูได้มาก หรือหากเราตีมันได้ดีพอ บางตัวก็อาจจะลงไปล้มดิ้นแง๊กๆ เปิดโอกาสให้เรามีจังหวะมากขึ้นไปอีกด้วย

การเล่นแบบ Solo นั้นเราอาจจะไม่ค่อยได้ขี่มอนในระบบ Rampage เท่าไหร่นัก แต่หากเป็นการเล่นแบบหลายคนแล้ว มีคนซักคนสองคนประจำปืนสร้างสถานะ คนเติมถ่าน และคนขี่มอน จะช่วยให้เราช่วยป้องกันประตูได้ดีมากๆ เลยทีเดียว แค่เราพยายามขวางทางพวกมอนสายทุบประตูถ่วงเวลามันไว้ และปล่อยมอนป่วนโดนสอยไปเรื่อยๆ เท่านี้ประตูเราก็อยู่ดีมีสุข แถมมอนก็ลดลงเรื่อยๆ ไม่ต้องยุ่งหัวปั่น กันประตูที กันมอนป่วนทีได้อีกด้วย

 

ในเรื่องของการขี่มอนหลักๆ ก็จะมีประมาณนี้ให้เพื่อนๆ ได้ทดลองขี่ในสถานการณ์จริงดู แม้ว่าการจับมอนโขกผนังรัวๆ อาจจะเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ แต่ก็คุ้มค่าหากทำได้ หรือแม้แต่การทำให้มอนยืนนิ่งยอมให้เราขี่ ก็สร้างจังหวะให้เราเตรียมตัวได้เยอะมาก จะเอาเวลาไปลับมีด วางกับดักเพิ่มอะไรก็ได้ทั้งนั้น จึงไม่ควรละเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่จริงๆ และมันคงมีโอกาสไม่มากหรอกที่เราจะได้เห็นหมีน้ำผึ้งไล่ตบราจังหน้าสั่นน่ะ… ถ้าวิ่งตามมันทันนะ (ฮา) เพราะงั้นก็ขอให้สนุกกับการล่าน้า