Pokemon Legends: Arceus วิธีการสู้กับ Noble Pokemon

Pokemon Arceus Noble Pokemon Cover

จุดที่เรียกว่ามาแปลกและโดดเด่นอย่างหนึ่งของ Pokemon Legends: Arceus นั้นก็คงต้องเรียกว่าเป็นระบบการสู้กับบอสแบบใหม่ หรือที่หลายคนรู้จักในการสู้กับ Noble Pokemon นั่นเอง เนื่องจากระบบนี้จะไม่ได้ใช้โปเกม่อนสู้กันตามปกติ แต่เป็นการหลบการโจมตีของบอสไปพลางปาไอเทมทำความเสียหาย(?)ใส่บอสไปพลางๆ จนกว่าเลือด เอ้ย หลอดความบ้าคลั่งของบอสจะหมดลงนั่นเอง เรียกว่ารู้สึกได้เยี่ยงเล่นเกมตระกูลโซลเลยล่ะ ในบทความนี้ก็จะมาพูดถึงเหล่า Nobel Pokemon ทั้ง 5 ตัวกับวิธีการสู้รวมถึงเจ้าบอสใหญ่ด้วยเลยจ้า ถ้าเพื่อนๆ คนไหนไม่อยากถูก spoil ท่าบอสก็แนะนำให้ข้ามน้า แต่ถ้าใครกำลังติดอยู่ บทความนี้น่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยจ้า

การสู้กับ Noble Pokemon ใน Pokemon Legends: Arceus

ต้องบอกก่อนว่า Noble Pokemon แต่ละตัวนั้นจะต่างกันในด้านของท่าทางการโจมตี แต่ลักษณะการต่อสู้เหมือนกันหมด นั่นคือการที่เพื่อนๆ จะต้องหลบท่าโจมตีของบอสไประหว่างปา balms ใส่บอสเพื่อลดเกจความบ้าคลั่งลงเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดหลอดถึงจะชนะในการต่อสู้

ระหว่างที่สู้ จะมีจังหวะที่บอสมึน หมดแรง เปิดโอกาสให้เราเอาโปเกม่อนที่เรามีไปสู้กับบอสเหมือนการต่อสู้ทั่วไปของเกมได้ ถ้าเราทำความเสียหายได้ระดับหนึ่ง บอสก็จะชะงัก เปิดโอกาสให้เราปา balms อัดรัวๆ ได้ (และช่วงนี้ balms จะลดเกจบอสได้เยอะมาก)

แน่นอนว่าเพื่อนๆ จะหลบแล้วปาอย่างเดียวไม่อาศัยโปเกม่อนช่วยสู้เลยก็ยังได้ (โปเกม่อนทั้งหมดในปาร์ตี้จะได้รับค่า EXP แม้จะไม่ได้สู้ด้วย) และถ้าเกิดพลาดท่าโดนบอสตีร่วง ก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอจาก checkpoint ของตัวเกม

Pokemon Arceus Noble 1

Kleavor

เจ้า Kleavor นั้นจะเป็น Noble Pokemon ที่เราจะได้เจอ ตัวมันมีเลเวล 18 เป็นชนิด Bug, Steel ทำให้จุดอ่อนมีไม่เยอะเท่าไหร่ เพื่อนๆ สามารถใช้ท่าสาย Rock, Steel, Water เพื่อทำความเสียหายเป็นสองเท่าได้

ท่าโจมตีของ Kleavor นั้นหลักๆ จะมีแค่สองท่าคือท่าชาร์จเข้าใส่จากระยะไกล และท่าฟันรอบตัวถ้าเราอยู่ใกล้ตัวมัน จัดว่าเป็น Nobel Pokemon ตัวแรกที่ให้เรามีเวลารับมือและมีความชิวในการสู้มาก ขอแค่ไม่โลภปา balms รัวจนเกินไปก็ไม่มีปัญหาอะไรจ้า กลิ้งหลบชิวๆ ระวังหลบผิดทิศติดผนังโดนอัดฟรีก็พอ

Pokemon Arceus Noble 2

Lilligant

Noble ตัวที่สองก็จะเป็น Lilligant ที่โดดไปโดดมาระรัว คึกเป็นอย่างมาก บอสตัวนี้มีเลเวล 30 สาย Grass, Fighting ทำให้แพ้ทางค่อนข้างเยอะ สามารถใช้ท่าสาย Fire, Flying, Poison, Psychic, Ice, Fairy ในการทำความเสียหายเป็นสองเท่า และเอาจริงต้องบอกว่า Flying กับ Psychic นั้นทำความเสียหายเป็น”สี่”เท่าเลย เพราะงั้นสำหรับตัวนี้ใช้ท่าสองสายนี้จะค่อนข้างสะดวกกว่า

บอสจะกระโดดไปมาเป็นจังหวะ และทำความเสียหายเป็นพื้นที่รอบๆ จุดที่กระโดดไป ดังนั้นให้หลบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหยุดโดด อีกท่าที่บอสจะใช้จะเป็นท่าสายเกม action ต้องเคยเจอ นั่นคือการปล่อยวงแหวนออกมารอบตัว ที่ต้องหลบด้วยการกลิ้งสวนวงแหวนไป (ตัวเราเป็นอมตะตอนกลิ้งเพราะงั้นก็นั่นแหละจ้า) เป็นการต่อสู้ที่เริ่มสงสัยละว่านี่เล่นเกมโปเกม่อนอยู่แน่นะ เป็นตัวที่เล่นกับจังหวะอมตะในการกลิ้งมากๆ เลยทีเดียว

Pokemon Arceus Noble 3

Arcanine

ตัวที่สามของเราก็จะเป็น Arcanine เจ้าตัวนี้ก็จะมีเลเวลที่ 36 เป็นสาย Rock, Fire ซึ่งแพ้ทาง Water, Ground, Fighting ที่ทำความเสียหายได้สองเท่า แต่ถ้าใช้ Water, Ground จะทำความเสียหายได้สี่เท่าเลย เพราะงั้นเน้นไปที่สองสายนี้เถอะ

ตัวบอสนั้นจะพุ่งชนคล้ายๆ กับ Kleavor แต่พื้นที่ของลานบอสที่เป็นแบเหมือนเครื่องหมายกากบาทจะทำให้หลบค่อนข้างยากหน่อย พยายามอยู่แถวกลางๆ ลาน หรือตรงกลางของจุดกากบาททางออก จะทำให้หลบง่ายกว่า ถ้าแม่นจังหวะอมตะ จะกลิ้งสวนบอสเลยก็ยังได้ (สาย Soul ล่ะถนัดกันเลยแบบนี้) และมีท่ากระโดดไปทับที่กลางลานเป็นวงกว้าง อันนี้จะกะจังหวะยากนิด และท่าสุดท้ายคือชาร์จลูกไฟ 5 ลูก ซึ่งเป็นท่าที่หลอกให้หลบ แต่จริงๆ คือปา balms อัดเข้าไปเลยแล้วลูกไฟจะดับไปเอง ตีฟรีชัดๆ

ในช่วงหลังของการสู้ บอสจะเรียกไฟขึ้นมาตรงกลางลาน ทำให้ใช้หลบไม่ได้และถูกล๊อคไว้ที่เขตใดเขตหนึ่ง ให้เพื่อนๆ พยายามเน้นการล่อบอสไถมาตรงพื้นที่ตรงกลางจะหลบง่ายกว่า และปา balms สูงขึ้นก็จะเอาชนะได้

Pokemon Arceus Noble 4

Electrode

บอสตัวนี้จะเป็นบอสที่กลายคนเกลียดค่อนข้างมากเพราะมันอะไรก็ไม่รู้เต็มจอไปหมด ตัวบอสจะมีเลเวล 46 สาย Electric, Grass และแพ้ทางต่อ Poison, Bug, Fire, Ice เป็นหลักที่ช่วยทำความเสียหายได้สองเท่า

บอสจะมีหลักๆ ด้วยกันสี่ท่าที่ชวนให้กำหมัด ท่าแรกคือการปล่อยลูกไฟฟ้าติดตามเราไม่ปล่อย ทำไงก็ไม่หายไป ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้โป้งเดียวเราหลับ แต่ก็จะบังคับให้เราต้องเสียเวลาหลบตลอดเวลามากๆ ท่าต่อมาจะเป็นการปล่อยระเบิดแบบสุ่มเด้งขึ้นมาจากพื้นเป็นระยะๆ ท่าที่สามคือการกระโดดทับเรา ทำความเสียหายเป็นพื้นที่ไม่กว้างมากนัก และท่าสุดท้ายคือการชาร์จพลังงานและระเบิดเป็นวงกว้างมากๆ (จะมีรัศมีบอกอยู่ว่าระเบิดถึงไหน) ให้เรารีบหนีออกนอกวง

เมื่อสู้กับบอสได้ซักระยะหนึ่ง ท่าบอสจะอัปเกรด บอลสายฟ้าที่ติดตามเราจะกลายเป็นสีฟ้าและเร็วขึ้น ส่วนท่าชาร์จจะชาร์จนานมาก แลกกับการที่บอสจะไล่ตามเราไม่หยุดเลย ให้พยายามวิ่งและกลิ้งหนีไปเรื่อยๆ วงหยุดขยับเมื่อไหร่ต้องรีบออกจากวงให้ทันจ้า

หลังบอสระเบิดตัวเองจะมึน ให้ปาโปเกม่อนไปสู้และน็อคให้ได้จะมีเวลาในการปา balms เยอะขึ้น ทำให้สู้ได้ง่ายขึ้นมาก

Avalugg

Noble Pokemon ตัวสุดท้ายที่เพื่อนๆ จะได้สู้กันใน Pokemon Legends: Arceus ซึ่งตัว Avalugg นั้นจะมีเลเวล 56 สาย Ice, Rock ทำให้แพ้ทางเยอะมากไม่ว่าจะเป็น Fighting, Ground, Rock, Steel, Water, Grass และได้รับความเสียหายสี่เท่าจากสาย Fighting, Steel

ท่าของบอสนั้นจะเป็นท่าที่บังคับให้หลบด้วยการกลิ้งเกือบทั้งหมดเลย โดยมีด้วยกันสี่ท่า เริ่มจากการพ่นบอลน้ำแข็งเป็นสายสลับซ้ายขวา ให้กลิ้งหลบสวนไป, ท่าปักหอกน้ำแข็งเป็นเส้นตรงที่จะมองเห็นวงน้ำแข็งขึ้นมาชั่วขณะก่อนหอกน้ำแข็งจะปรากฎออกมา, ท่าชาร์จบอลน้ำแข็งที่หัวก่อนจะพุ่งมาใส่ที่ตัวเรา (กะจังหวะกลิ้งหลบตอนบอลมาถึงตัว), ยิงบีมน้ำแข็งกวาดเป็นทาง ให้กลิ้งสวนบีมไปอีกด้านหนึ่ง

ในช่วงหลังบอสจะมีการเรียกหอกน้ำแข็งมาปักและสร้างหนามน้ำแข็งไว้กลางลานด้านหน้าสุดกับด้านหลัง ทำให้พื้นที่หลบน้อยลงด้วย แต่ท่าบอสจะยังเหมือนเดิมอยู่ แค่เราต้องเปลี่ยนจุดยืนในการหลบเฉยๆ ถ้าเพื่อนๆ ดูท่าบอสไม่ทัน ให้ถอยออกมาสู้ซักหน่อย อย่าไปยืนด้านหน้าสุด จะมีเวลาให้หลบเยอะขึ้นมากเลยทีเดียว

Dialga, Palkia

แม้ว่าทั้งสองตัวนี้จะไม่ใช่ Noble Pokemon แต่ก็ยังมีรูปแบบการสู้แบบเดียวกันอยู่ ซึ่งการที่เพื่อนๆ จะได้สู้กับตัวไหนนั้น จะขึ้นกับว่าเพื่อนๆ เข้าร่วมกับ Clan ไหนเป็นหลัก ทั้งสองตัวมีเลเวล 65 และมีสายต่างกัน โดย Dialga นั้นเป็นสาย Steel, Dragon ซึ่งแพ้ทางแค่ Fighting, Ground ในขณะที่ Palkia เป็น Water, Dragon ที่แพ้ทางแค่ Dragon, Fairy เท่านั้น

ส่วนด้านการสู้….. แม้ว่าจะแยกเป็นบอสสองตัวแต่ก็เหมือนทีมงานอู้อ่ะนะ ท่าโจมตีเหมือนกันเป๊ะเลย บอสจะจะมีท่าสองท่าหลักๆ คือ ปล่อยวงแหวนสีฟ้ารอบตัวหลายครั้ง (ให้กลิ้งสวนไป) และปล่อยลูกไฟลงมาซึ่งกินวงกว้างมากๆ ล่อให้เรารนจนหลบพลาด ซึ่งให้เรารีบเดินออกและกลิ้งหลบก็ได้อยู่ ลูกไฟจะทิ้งวงแหวนไฟไว้ ทำให้ใช้พื้นที่ตรงนั้นไม่ได้ โดยจะมีวงแหวนแค่ลูกสุดท้ายที่ตกมาเท่านั้น ช่วงหลังของการต่อสู้ ท่าลูกไฟจะเปลี่ยนเป็นแบบยิงเป็นเส้นทำให้หลบได้ยากขึ้นพอสมควร (และทิ้งวงแหวนไฟทุกลูกที่หล่นมา) ให้ทิ้งระยะห่างจากบอสเข้าไว้ ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะหลบท่าวงแหวนไม่ทันและบอสจะมีท่าเฉพาะที่ถ้าเราเข้าใกล้มากๆ จะระเบิดพลังออกมาแบบไม่ตั้งตัวด้วย

การต่อสู้กับ Noble Pokemon, บอสใน Pokemon Legends: Arceus นั้นเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับตัวเกมมากๆ ทำให้เข้าใจได้ว่าหลายคนที่ไม่เคยเจอรูปแบบการเล่น action กลิ้งหลบกะจังหวะระยะเวลาอมตะจะไม่ชินหรือหัวเสียเอาได้ง่ายๆ แต่ก็เชื่อมั่นว่าสำหรับเพื่อนๆ หลายคนที่เล่น Pokemon มา สามารถจำได้ว่าตัวไหนชื่ออะไร, แพ้ธาตุอะไรนั้น การสังเกตุรูปแบบการโจมตีของบอสและกะจังหวะกลิ้งหลบนั้น ไม่เกินความสามารถอย่างแน่นอน แรกๆ อาจจะพลาดบ้างแต่ตัวเกมก็สามารถลองใหม่ได้เสมอ ดังนั้นขอให้เพื่อนๆ ไม่รนหรือหัวร้อนก็จะสามารถพิชิตพวกมันได้ทุกตัวอย่างแน่นอน ก็ขอให้สนุกกับตัวเกมและการดูแลเหล่า Pokemon น้า

หาข้อมูลเพิ่มเติมของตัวเกม Pokemon Legends: Arceus ได้ [ ที่นี่ ]