Review : Helltaker จับปีศาจสาวมาทำฮาเร็มกันเถอะ

Review Helltaker Cover playpost

เชื่อได้ว่าช่วงนี้หลายคนไปไหนจะต้องเจอ Fanart ของเหล่าปีศาจสาวในชุดสูทโทนดำแดงดูเหมือนสาวออฟฟิสกันเป็นระยะๆ อย่างแน่นอน เจ้า Fanart เหล่านี้ก็เป็นภาพตัวละครจากในเกม Helltaker หนึ่งในเกมฟรีที่ฮิตติดลมบนคะแนนนิยมถล่มทลายในหน้า Steam นั่นเอง วันนี้ก็จะมารีวิวด้วยความอวยกันให้ฟังจ้า

Helltaker

เกมฟรีขนาดเล็กจิ๋วตัวนี้ก็เป็นผลงานของคุณ vanripper และเปิดให้ได้เล่นฟรีกันบน [ Steam ] ซึ่งตัวเกมนั้นก็มีลักษณะเป็นเกม Puzzle ที่เข้าใจง่าย เล่นไม่ยาก มีขนาดเล็ก สามารถเล่นจบได้ภายใน 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นสำหรับการเล่นครั้งแรก มีภาพประกอบที่น่ารัก ดูง่าย ไม่ขายความวาบหวิว(ทั้งที่มีเนื้อหาเป็นฮาเร็ม!) เพลงก็จัดว่าทำได้ดี ไหนจะมีภาพประกอบตอนคุยจีบกันอีก!

กล่าวได้ว่าตัวเกมนั้นมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมเข้าด้วยกันทำให้ออกมาเป็น Helltaker ที่ถูกอกถูกใจของหลายคน มันมีความเรียบง่ายและลงตัวในรูปแบบของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นเวลาเล่นที่สั้น เนื้อเรื่องโคตรเฉิ่ม ปริศนาที่ทั้งง่ายและยากในเวลาเดียวกัน ลูกเล่นที่ใส่เข้ามาในเกม ถ้าดูจากภายนอกเฉยๆ อาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่การลองเข้าไปเล่นนั้นจะค่อยๆ เข้าใจถึงสิ่งที่รวมกันออกมาและทำให้ผู้คนชอบตัวเกมนี้กัน

► Puzzle ที่เข้าใจได้ง่าย และไม่มีคำว่า Game Over

รูปแบบการเล่นหลักของ Helltaker นั้นเป็นเกมแนว Puzzle ที่เรียบง่าย แต่ก็มีความท้าทายและทำให้หลายคนติดแหง่กอยู่นานได้ในเวลาเดียวกัน มันคือการหาทางเดินไปยังจุดหมายให้ได้ภายในจำนวนครั้งในการเดินที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นตัวปริศนาก็จะอยู่ที่สิ่งกีดขวางและการหาทางทำยังไงให้ผ่านดงหินขวางทางไปถึงที่หมายให้ได้

ระดับของปริศนานั้นก็จะค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ และมีอุปสรรค์เพิ่มเติมขึ้นมาทีละนิดๆ แต่ไม่เยอะจนเกินไปจนต้องมาจำให้วุ่นวาย และหากเพื่อนๆ พลาดก็จะตาย ก่อนเริ่มใหม่ในฉากนั้นอีกครั้ง แถมตัวเกมยังได้ให้ปุ่มสำหรับกดเริ่มใหม่ตอนไหนก็ได้ (Restart) รวมไปถึงการขอคำแนะนำคร่าวๆ ว่าจะต้องผ่านยังไง (Life Advice) ได้อีกด้วย

ด้วยความที่ตัวเกมจำกัดจำนวนครั้งการเดิน แต่ไม่ได้จำกัดเวลา ทำให้เพื่อนๆ สามารถยืนโยกไปมาดูฉากและวางแผนการเดินได้นานเท่าที่ต้องการเลยทีเดียว

 

► เนื้อเรื่องเชยสะบัด แต่มีเอกลักษณ์จนให้ผ่าน

เนื้อเรื่องของตัวเกมนั้นก็สามารถสรุปย่อได้ในประโยคเดียว “จับปีศาจสาวมาทำฮาเร็ม” ก่อนพี่แกจะบุกตะลุยลงนรกไปผ่านด่านปริศนาแต่ละด่านเพื่อเข้าถึงตัวเหล่าปีศาจสาวให้ได้ แน่นอนว่าเข้าถึงตัวเฉยๆ ก็ใช่ที่ ปีศาจแต่ละตนนั้นก็จะมีลักษณะ นิสัยที่แตกต่างกัน ให้พระเอกของเราได้ตอบคำถามให้ถูกเพื่อชวนพวกเธอเข้าฮาเร็มให้ได้ แน่นอนถ้าตอบผิดล่ะก็….. BAD END! ไปวิ่งมาใหม่ซะดีๆ!

ฟังดูแล้วงี่เง่า แต่ด้วยความที่มันอยู่ในธีมของนรกและปีศาจ การจับมาทำฮาเร็ม รวมถึงวิธีการชักชวน การตอบรับง่ายๆ มันเลยเข้ากันไปหมดอย่างไม่(ต้อง)มีเหตุผลใดๆ มารองรับให้วุ่นวายเหมือนเกมจีบสาวทั่วไป

ปีศาจสาวแต่ละตนนั้นก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองแบบที่ว่า อิหยังฟระ? ให้ได้งงกัน รวมถึงเมื่อเริ่มชวนเข้าฮาเร็มมาทีละคนๆ แล้ว การบอกคำใบ้ของแต่ละด่านก็จะเป็นการสุมหัวของเหล่าปีศาจเพื่อช่วยให้พระเอกอย่างเราไขปริศนาให้ได้ ….. และด้วยความที่เป็นเหล่าปีศาจ มันก็เลย ….. พึ่งพาได้โคตรๆ

 

► ความเงิบเป็นระยะๆ

ตัวเกมนั้นใส่อะไรแปลกๆ มาให้ผู้เล่นได้งง ได้เงิบกันเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นลีลาของเหล่าปีศาจสาวอย่างที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้า วิธีการใบ้ที่พอมาคิดแล้วมันก็เออ ใบ้จริงๆ การผ่านที่บางทีก็ผ่านได้แบบงงๆ หรือถ้าขี้เกียจเล่น ไม่ชอบแนว puzzle ก็กดข้ามมันไปเลยก็ได้นี่ ใครห้าม ….. เฮ้ย! เอากับเขาดิคุณ!?

เพื่อนๆ จะได้เจออาการแบบนี้เป็นระยะๆ ตลอดการเล่น โดยเฉพาะถ้าใครค่อนข้างคล่องภาษาอังกฤษในระดับหนึ่งจะอิ่มเอมกับความบ้าบอของตัวเกมเป็นอย่างมาก เพราะพี่แกจัดหนักในการใช้คำแสลง มุกเบาๆ ชาวฮาเร็ม ลูกเล่นของปีศาจมาแบบที่ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป รวมไปถึงด่านบางด่านที่เจอแล้วก็ทำให้ชะงักเพราะอาการเงิบได้ในแว่ปแรกที่เห็นก็อีก

 

► ความสั้นที่เป็นข้อดี

การที่ตัวเกมเป็นแนว Puzzle นั้น มักจะทำให้ผู้เล่นล้าจากการต้องคิดอย่างหนักเป็นเวลานานๆ ตัวเกม Helltaker ถูกทำมาให้สั้นเยี่ยงกับเกม Demo แต่ก็กลายเป็นข้อดีของมัน ด้วยความสั้นของเกมประมาณ 1-2 ชั่วโมง (หรือเร็วกว่าถ้าเพื่อนๆ ถนัดเกม Puzzle) มุกที่แทรกตลอดเวลา ทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นถึงจุดๆ หนึ่ง ก็สามารถจบตัวเกมลงได้อย่างสมบูรณ์ ผ่อนคลายความล้าที่สะสมมาด้วยการเอนหลังดูฉากจบกันไปอย่างฟินๆ

แน่นอนว่าหลายๆ คนเองก็อยากที่จะได้ปริศนามากกว่านี้ รวมถึงเรื่องราวของปีศาจสาวที่มากกว่านี้เช่นกัน แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวแล้ว ก็คิดว่าตรงนี้แหละที่กำลังดีแล้ว เป็นการเปิดให้เหล่าแฟนเกมที่ติดใจได้สนุกกับการนึกถึงเรื่องราวในแบบของตัวเองได้ด้วยไปในตัว และถ้ายังคันไม้คันมืออยากแก้ปริศนาอยู่ ลองไปหาทางปลดล๊อค Achievement ลับให้ได้เซ่!

 

โดยรวมนั้น ตัวเกม Helltaker จัดว่าเป็นเกมฟรีที่น่าหยิบมาลองเล่นซักครั้งหนึ่ง เพราะด้วยความลงตัวของตัวเกมในหลายๆ อย่าง ลูกเล่นที่ใส่ในเกม ระยะเวลาในการเล่น งานภาพและเนื้อหาที่เล่นกลางบ้านได้แม้จะเป็นเกมฮาเร็ม ทำให้มันเป็นเกมที่ดูภายนอกแล้วจะรู้สึกเฉยๆ แต่พอเข้ามาเล่นจะเข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมมันเป็นถูกใจจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเกมแนวนี้ ก็ไม่ว่ากันแต่อย่างใดจ้า

อนึ่ง ถ้าใครอยากอุดหนุนตัวเกมจริงๆ ก็ยังมีส่วนของ Artbook และสูตรทำแพนเค๊กขายให้เป็นพิเศษแบบ DLC ให้ด้วยจ้า (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้เอาไปทำอะไรในเกมได้ แต่ทำกินเองได้จริง แถมยังหาจากในเกมได้เหมือนกันอีกต่างหาก โวะ…)