ยุคสมัยแห่งเกม RTS สิ้นสุดลงแล้วจริงหรือ?

เมื่อเวลาเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างย่อมเปลี่ยนตามด้วยเสมอ เฉกเช่นเดียวกับความนิยมในบางสิ่งบางอย่าง ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 90 จะมีเกมประเภทหนึ่งซึ่งฮิตติดเทรนด์ทั่วบ้านทั่วเมืองเลย เรียกว่าเป็นเกมเมอร์ยุคนั้นแล้วไม่เคยเล่นเกมแนวนี้ถือว่าเชยแบบสุดๆ เลยล่ะ ซึ่งเกมแนวที่ว่านั่นก็คือ RTS หรือที่บ้านเราเรียกกันติดปากว่า เกมวางแผน นั่นเอง แต่กลับในทุกวันนี้เราแทบจะไม่เห็นเกมแนวดังกล่าวออกมาอีกเลย หรือมีออกมาอย่างมากเพียงหนึ่งถึงสองเกมเท่านั้นเอง แล้วเหตุผลเป็นเพราะอะไรกันนะ?

ในวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าจริงหรือเปล่าที่เขาลือกันว่า ยุคสมัยแห่งเกม RTS นั้นได้สิ้นสุดลงไปแล้ว แล้วถ้าเกิดเป็นเรื่องจริง ต้นเหตุมาจากอะไรกันล่ะ?

ความเป็นมาและจุดกำเนิดของเกม RTS

RTS เป็นคำย่อมาจาก Real Time Stretegy ที่แปลว่า เกมวางแผนแบบเรียลไทม์ มีการถือกำเนิดครั้งแรกในช่วงปลายปี 80 กับเกมที่มีชื่อว่า Herzog Zwei ผลงานจากค่าย Technosoft ซึ่งได้มีการวางจำหน่ายออกมาในปี 1989 ให้กับเครื่อง Sega Genesis และนี่แล่ะคือเกม RTS แรกแห่งประวัติศาสตร์วงการเกม

แต่เกมที่ทำให้แนวนี้กลายมาเป็นที่รู้จักจริงๆ นั้นคือ Dune II จากปี 1992 กับการนำเอาระบบจาก Herzog Zwei มาเป็นต้นแบบในการสร้าง พร้อมใส่ลูกเล่นใหม่ๆ เข้าไปเพื่อดึงดูดผู้เล่นมากขึ้น แน่นอนว่าตัวเกมทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมจนหลายคนลืมเกมต้นกำเนิดไปแบบสนิทเลย และด้วยความสำเร็จนี้ได้เป็นการจุดประกายให้เกมเมอร์ในยุคนั้นหันมานิยมเกม RTS กันมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยความโด่งดังของ Dune II จึงได้มีเกมแนว RTS ถือกำเนิดตามมาอีกมากมาย ซึ่งบางเกมก็ยังคงมีภาคต่อจนถึงปัจจุบันด้วยซํ้า โดยผลงานอันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็เช่น Starcraft, Warcraft, Red Alert เป็นต้น


ความรุ่งโรจน์ของ RTS ในช่วงยุคแรก

ถึงแม้ว่า Dune II จะเป็นเกมที่ทำให้แนว RTS กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็จริง แต่ความสำเร็จสูงสุดในช่วงเวลานั้นกลับเป็นของ Command & Conquer (1995) แทนต่างหาก แถมนี่ยังเป็นเกมภาคต้นกำเนิดเกมดังอย่าง Red Alert (1996), Red Alert 2 (2000) และ Command & Conquer : Generals (2003) อีกด้วย

แล้วทำไม C&C ถึงประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงเวลานั้นกันล่ะ? เหตุผลเพราะรูปแบบการเล่นอันโดดเด่นซึ่งสังเกตได้ตั้งแต่ชื่อเกมแล้ว Command – การสั่งการ ผู้เล่นได้รับหน้าที่ในการควบคุมและสั่งการกองทหารหน่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยรถถัง ทหารราบ ไปจนถึงอากาศยานอีกมากมายในเกม / Conquer – พิชิต หรือแปลให้เข้าใจง่ายคือการเอาชนะ นั่นหมายความว่าเราต้องใช้กองกำลังที่มีเพื่อเข้าต่อสู้ทำสงครามเพื่อยึดหรือทำลายฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก

ด้วยรูปแบบการเล่นอันรวดเร็วโดนใจมันช่วยตอบโจทย์กับความต้องการของแฟนเกมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ตัวเกมทำยอดขายอย่างถล่มทลายได้ด้วยเวลาเพียงไม่นานเท่านั้นเอง และนับว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดแห่งเกม RTS ในยุคสมัยแรกเลยทีเดียว


ส่งต่อความสำเร็จสู่ยุค Millennium

มิลเลนเนียม (Millennium) คือคำใช้เรียกกลุ่มคนที่เกิดในช่วงตั้นปี 1980 ถึงช่วงปลายปี 1990 (ส่วนมากจะนับตั้งแต่ 1981 – 1996) ซึ่งเกมเมอร์ในยุคนี้มักจะมีการเติบโตมาเคียงคู่กับเกมแนว RTS จนถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว จากความสำเร็จในครั้งก่อนยังคงส่งต่อมาจนถึงยุคนี้

นอกเหนือจาก Command & Conquer อีกหนึ่งเกมที่เติบโตมาเคียงคู่กับในยุคนี้เลยก็คือ Age of Empires ที่วางจำหน่ายในปี 1997 ว่าด้วยเกี่ยวกับการยึดครองโลกและขยายดินแดน แน่นอนว่าแฟรนไชส์ดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายเลย จนทำให้เกิดภาคต่ออีกมากมายตามมา รวมถึง Age of Empires II ที่ได้ถูกรีมาสเตอร์แล้ววางจำหน่ายไปเมื่อปีก่อนก็นับว่าใช่ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ Command & Conquer และ Age of Empires มีเรื่องราวเหตุการณ์เกิดบนพื้นโลก แต่กลับมีอยู่อีกหนึ่งแฟรนชไส์ได้ฉีกกฏออกไปพร้อมพาเราไปเริ่มต้นสงครามในห้วงอวกาศ ซึ่งแฟรนไชส์ที่ว่านั่นคือ Starcraft ผลงานจากค่าย Blizzard นั่นเอง 

Starcraft ชูดจุดเด่นด้วยการทำสงครามในห้วงอวกาศ มีการเซ็ตแผนที่เป็นดวงดาวแตกต่างกันไป แถมยังมีการแบ่งเผ่าพันธุ์ให้เราเลือกเล่นด้วยถึง 3 เผ่ากับ Protoss, Terran และ Zerg ซึ่งนี่นับเป็นความแปลกใหม่แห่งวงการเลยล่ะ แถมมันยังตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าแฟนเกมได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้เกิดเป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ตามมาอีกมากมาย เรียกว่านี่คือเกม RTS ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคมิลเลนเนียมก็คงไม่ผิดนักหรอก


ตัวอย่างเกม RTS ยอดนิยมอื่นๆ

เรามาลองดูกันดีกว่าว่ามีเกมไหนบ้างที่ได้รับความนิยมสูงจากเหล่าแฟนเกม พร้อมจุดเด่นกับความสำเร็จจากเกมๆ นั้น  

Red Alert

ผลงานภาคต่อจาก Command & Conquer ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ชนิดว่าแฟนเกมในรุ่นหลังๆ แม้ไม่เคยเล่นมาก่อนอย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินชื่อกันบ้างล่ะ

จุดเด่นของเกมนี้ก็ยังคงเดิมกับสไตล์การรบแบบสงครามเข้าถึงอารมณ์สุดเร้าใจ ยิ่งในภาคหลังนี้ยูนิตหน่วยต่างๆ ยิ่งมีความหลากหลายมากกว่าก่อน ทำให้ผู้เล่นแต่ละคนสามารถเล่นตามสไตล์ของตนเองได้มากขึ้น เป็นเกมแนวสงคราม RTS ที่ควรมาลองเล่นกันสักครั้งสำหรับใครที่ไม่เคยลองมาก่อนละก็นะ

Warcraft

อีกหนึ่งเกม RTS จากค่าย Blizzard เช่นเดียวกับ Starcraft โดยผลงานชิ้นนี้โด่งดังซะจนมีภาคต่อถึงกว่า 3 ภาค พร้อมทั้งยังมีการถูกนำไปสร้างเป็นเกมออนไลน์ MMORPG รวมถึงภาพยนตร์คนแสดงอีกด้วย

ความน่าสนใจของ Warcraft คือระบบฮีโร่ ที่เราสามารถอัญเชิญมาช่วยในการต่อสู้ แถมยังสามารถพาพวกเขาไปทำการเก็บเลเวลเรียนสกิลเพิ่มเติม รวมทั้งยังสวมใส่ไอเทมเพิ่มเข้าไปได้อีก เป็นเหมือนแม่ทัพนำศึกก็ไม่ปานเลยล่ะ เปรียบเสมือนไพ่ตายไว้ใช้ตัดสินผลแพ้ชนะในสงครามได้เลยทีเดียว

Company of Heroes

แฟรนไชส์แนว RTS สไตล์สงคราม เพียงแต่สงครามในคราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคใหม่ แต่เป็นเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกแทน ย้อนสู่ความคลาสสิคที่เหล่าแฟนต่างชื่นชอบ อีกหนึ่งซีรี่ส์ที่ถึงแม้หลายคนอาจไม่เคยได้เล่นมาก่อน แต่ก็น่าจะได้ยินชื่อผ่านหูกันมาบ้างล่ะนะ

จุดขายของตัวเกมก็คือความคลาสสิคนั่นล่ะครับ เราต้องเรียนรู้ว่าแต่ละยูนิตมีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง และเนื่องด้วยจากอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนมาจากสงครามยุคก่อนทั้งสิ้น จึงทำให้หลายๆ อย่างมีข้อจำกัดพอควรเลย ดังนั้นการวางแผนแต่ละครั้งเราจำเป็นต้องรอบคอบเสมอ ถึงแม้อาจดูเล่นยากสักหน่อยแต่รับประกันความสนุกได้เลย


ทำไมความนิยมจึงห่างหายไปในปัจจุบัน

อาจด้วยเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกวันนี้เกมที่ได้รับความนิยมมักเป็นเกมที่เข้าใจง่าย เล่นง่าย รวดเร็ว เข้าถึงอารมณ์ อย่างเช่นเกมแนว FPS หรือแนว MOBA เล่นจบเป็นรอบๆ ไป แถมในการเล่นแต่ละครั้งยังใช้เวลาเพียงไม่นานอีกต่างหาก เกมเหล่านี้จึงตอบโจทย์กับเหล่าผู้เล่นในทุกวันนี้ได้ดีกว่านั่นเอง

ในขณะเดียวกันพอย้อนกลับมามองเกมแนว RTS การเล่นแต่ละรอบจะใช้เวลาค่อนข้างนาน แถมข้อมูลภายในเกมนั้นยังเยอะมากอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเกมแนวสงครามนี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย เราต้องมานั่งจำว่ามีทัพอะไรบ้าง ทัพนี้มีคุณสมบัติอะไรยังไง ต้องสร้างอะไรยังไงถึงปลดล็อคตรงนี้ เรียกว่าจำกันจดปวดหัวเลยล่ะ 

หรือถ้ามองในด้านการตลาด การทำคอนเทนต์กับเกมแนวนี้ค่อนข้างมีจำกัดในระดับนึงเลย ไปจนถึงการจะปล่อยแพทเสริมหรือ DLC ก็ทำได้ค่อนข้างยุ่งยาก เทียบกับเกมแนวอื่นๆ ที่ลงเป็นสกินหรือของแฟชั่นก็สามารถขายได้เรื่อยๆ แล้ว นี่เป็นอีกเหตุผลที่ว่าหลายๆ ค่ายปัจจุบันจึงไม่ค่อยนิยมสร้างเกม RTS กันแล้ว และเลือกไปทำเกมแนวอื่นแทน

สรุปคือเป็นเพราะเกมเล่นค่อนข้างยากและขายได้ค่อนยากเช่นกันนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลที่เกมแนวนี้ไม่ค่อยถูกสร้างออกมาและได้รับความนิยมน้อยลงมากหากเทียบกับเมื่อก่อน


อนาคตของเกม RTS จะเป็นยังไงต่อ

อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ว่ายุคสมัยได้เปลี่ยน ความนิยมของเหล่าแฟนเกมย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นกัน แถมด้านเทคโนโลยีเองก็ก้าวหน้าไปอย่างไวมาก ล่าสุดเกมจากเครื่อง VR เองก็เริ่มเข้ามีบทบาทกว้างขวางขึ้น คนนิยมไปเล่นกันมากขึ้น ใครจะไปรู้ล่ะว่าในอนาคตจะมีเครื่องเกมหรือเทคโนโลยีอะไรออกมาใหม่อีกบ้าง

ถ้ายังไม่มีเกมไหนสามารถออกมากู้สถานการณ์ได้ เกม RTS ก็อาจต้องเงียบเหงาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ครับ อาจมีเกมออกมาใหม่อยู่เป็นระยะแต่คงไม่หวือหวาเหมือนกับสมัยก่อนเท่าไหร่นัก ทางเดียวที่ทำได้คือต้องหวังให้มีเกมที่ ปัง! ออกมาแบบจริงจัง ไม่อย่างนั้นผลสุดท้ายเกมแนวนี้อาจจะหายไปตลอดกาลเหมือนเกมบางประเภทเลยก็ได้ล่ะนะ


ถ้าถามว่าสรุปแล้วยุคสมัยสิ้นสุดลงรึยัง? คงต้องบอกว่า ยัง ครับ แต่ก็ร่อแร่เอาการแล้วล่ะ เอาเป็นว่าใครชอบเล่นเกมแนวนี้ก็ต้องช่วยอุดหนุนกันเวลามีเกมใหม่ๆ ออกมา เผื่อวันนึงเกมแนว RTS อาจจะกลับมาบูมอีกครั้งนึงอีกครั้ง ใครจะไปรู้ล่ะจริงไหม