รีวิว Earth Defense Force 5 มหากาพย์แมลงถล่มโลก

Earth Defense Force 5 Review Cover playpost

คำว่าเกรดบี (ต่ำกว่ามาตราฐาน, ทุนต่ำ) บางทีก็ไม่ได้หมายถึงอะไรที่แย่ๆ เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกับเกมที่ตั้งใจทำให้มันเป็นเกรดบีอย่างซีรี่ย์ Earth Defense Force จากทางค่าย SANDLOT ที่ยาวมานานจนถึงภาค 5 เข้าไปแล้ว ในสงครามเหล่าแมลงยักษ์รุกรานโลกและกองกำลังป้องกันโลกที่ต่อสู้แลกชีวิต ฟังดูก็ไม่น่าเป็นเหมือนหนังเกรดบี แต่พอดีตัวเกมมันจงใจทำซะยิ่งกว่าเกรดบีที่เรียกว่าคำชมก็ว่าได้ เพราะงั้นมาดูกันดีกว่าว่าตัวเกมเป็นอย่างไร สนุกหรือเปล่ากับ รีวิว Earth Defense Force 5 หน่วยพิทักษ์โลกจากเหล่าแมลงร้าย

▲ ข้อดี

  • ศัตรูจำนวนมากมาย อาวุธที่ยิงศัตรูเหล่านี้ให้กระจายจนสะใจ
  • ความเกรดบีที่ลงตัว ทำให้เรารู้สึกว่า อยากจะจัดอะไรก็มา มันจะพังยังไงก็รับได้
  • อาชีพแต่ละอาชีพมีความแตกต่างกันทั้งในแง่เกมเพลย์และอาวุธ ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ต่างกันชัดเจน
  • เล่นคนเดียวก็ได้ เล่นกับเพื่อนก็สนุก

▼ ข้อเสีย

  • ราคาแอบดุไปนิด
  • การต้องนั่งเก็บกล่องเพื่ออัปเกรดตัวละครนี่น่าเบื่อไม่น้อย
  • มีบัคอะไรที่ชวนขัดใจอยู่บ้าง โดยเฉพาะการวิ่งตัดหน้าปืนของเหล่า NPC
  • ตัวเกมไม่ค่อยจะสนใจการโกง เล่นกับคนนอกอาจจะเจอ trainer กดอมตะ ยิงปืน sniper เยี่ยงแกลลิ่งได้

รีวิว Earth Defense Force 5

ตัวเกมนั้นก็ตามชื่อเลยคือดำเนินต่อมาจนถึงภาค 5 โลกเละแล้วเละอีกแต่ช่างมันเถอะ เราจะได้รับบทเป็นพลเรือนที่สนใจในการเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังพิทักษ์โลก EDF – Earth Defense Force ในขณะที่กำลังจะเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากครูฝึกที่แสนใจดี ฐานทัพก็ถูกมดยักษ์บุกโจมตีจนต้องอาศัยความช่วยเหลือของหัวหน้าหน่วยและลูกทีมเอาตัวรอดไปจากฐานทัพให้ได้ ก่อนจะพบว่าโลกกำลังถูกรุกรานจากเหล่ามอนสเตอร์และ UFO ลึกลับสีทองมากมายพร้อมกันทุกที่ทั่วโลก ชะตากรรมของโลกใบนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป!?

ใน EDF5 นั้นจะยังคงเป็นแนว Third Person Shooting ที่มีความเป็น RPG ในการเก็บของอัปเกรดอาวุธตัวเอง, มีระบบอาชีพ/ตัวละครให้เลือก 4 อย่างที่แตกต่างกัน, เล่น online ได้และการยิงหูดับตับไหม ฟาร์มกระจาย ยิงพวกเดียวกันเอง เวียนว่ายตายเกินกันอย่างเฮฮายิ่งนัก แน่นอนว่าด้วยความที่ตัวเกมนั้นยังคง concept เดิมๆ ทำให้มันก็ยังเป็นเกมที่คงความเกรดบี (อันนี้ชมจริงๆ นะ) ได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง บทพูดตัวละครในเกม การเอาศัตรูที่เห็นแล้วได้แต่เกาหัว กับเกมเพลย์ที่มันก็ออกมาเหมือนเรากำลังดูหนังเกรดบีไปพลางเคี้ยวป๊อปคอร์นตุ้ยๆ เพลินๆ ได้เป็นอย่างดีเลย

ศัตรูให้ยิงมากมาย

จุดขายของเกมนี้ก็คงต้องบอกว่าเป็นการที่เราได้เห็นศัตรูมากมายบุกเข้ามาย้ำเรา และการที่เราพยายามใช้อาวุธที่เรามีในการจัดการพวกมันให้ได้ ครั้งแรกๆ อาจจะไม่ผ่าน แต่เมื่อสะสมของ อัปอาวุธขึ้นมา เปลี่ยนเทคนิคในการรับมือจนเอาชนะพวกมันได้ ก็เป็นอีกหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีที่พิชิตเหล่าศัตรูจำนวนมากพวกนั้นได้ แน่นอนว่ามันก็มีทั้งศัตรูที่กระจอกยิงแป๊บๆ ก็ตาย ไปจนถึงพวกที่อึดจึงให้ตายซิกรูกันเข้ามาไม่ขาดสาย

ในตอนแรกเราอาจจะได้เจอแค่พวกมดยิงน้ำส้ม แต่ในช่วงหลังนั้น ความหลากหลายของศัตรูจะมีมากขึ้นและทำให้เราปวดหัวว่าจะหยิบอะไรไปรับมือพวกมันกันดี ไอ้นี่อาจจะดีกับตัวนึงแต่ยิงไอ้อีกตัวไม่ค่อยดี เอ้า ดันมีไอ้ตัวนี้ในด่านเยอะอีกเอาอะไรไปฟาดมันดีเนี่ย ถึงบางด่านจะมีแค่ศัตรูชนิดเดียวแต่ก็จะมีการสร้างพื้นที่ด่านให้เราได้รู้สึกว่าต้องมีวิธีอื่นในการรับมือมันด้วย

อนึ่ง แม้ว่าตึกรามบ้านช่องในเกมจะไม่ใช่ศัตรู แต่ก็สามารถทำลายให้ย่อยยับได้เช่นกัน และอาจจะเป็นความสนุกของหลายคนในการเล่นก็เป็นได้ ที่เห็นเมืองใหญ่ ตึกสูงมากมายถล่มโคตรๆ (ฮา)

4 อาชีพที่แตกต่างกัน

ตัวเกมในภาคนี้ก็มาพร้อมกับ 4 อาชีพที่มีลูกเล่น อาวุธ แตกต่างกัน ทำให้ลักษณะของเกมเพลย์แต่ละอาชีพมีเอกลักษณ์ของตัวเองมากๆ โดยตัวอาชีพนั้นก็จะมีดังนี้

  • Ranger : พลทหารที่มีความอิสระในการเลือกอาวุธหลายแบบตั้งแต่ปืนกลจนถึงเครื่องยิงจรวด ควบคุมได้ง่าย ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนในการเล่น สามารถทดแทนตำแหน่งต่างๆ ที่ขาดไปได้ในทีมได้หมด แต่อาจจะไม่สุดด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ เหมาะกับคนพึ่งเริ่มเล่นมาก
  • Wing Diver : หน่วยบินหญิง ตัวบางขั้นสุด แต่มีอาวุธระดับทำลายล้างเมืองที่ใช้งานง่าย แต่ต้องดูแลเกจพลังงานที่ใช้ร่วมกับการบิน พลาดทีก็ร่วงไปโดนรุมกินโต๊ะได้ง่ายๆ เป็นหน่วยสร้างความเสียหายกับศัตรูที่รุนแรงมากถึงมากที่สุด ถ้าเล่นคล่องๆ จะเป็นเดอะแบกได้สบายๆ เลยทีเดียว
  • Air Raider : หน่วยสนับสนุนด้วยการโจมตีทางอากาศสารพัดชนิด ไม่ว่าจะยิงปืนใหญ่จากฟากฟ้า ถล่มด้วยระเบิดปูพรม ใช้ดาวเทียมกราดเลเซอร์ทำลายล้าง สั่งหุ่นรบยักษ์เข้ามาช่วยสู้ แต่ต้องสะสมแต้มจากการกำจัดศัตรู และสู้ตรงๆ ด้วยตัวเองได้ยากมาก ที่โหดสุดคือด่านไหนเป็นถ้ำ พี่จะรู้สึกรันทดชีวิตเพราะใช้ของที่พูดมาก่อนหน้าทั้งหมดไม่ได้เลย… ฟ้าส่งข้ามาใยต้องส่งถ้ำมาด้วย
  • Fencer : ทหารเกราะหนักที่ติดตั้งอาวุธได้ถึง 4 ชิ้นในตัวคนเดียว รับรองได้เลยว่าเป็นตัวที่ถ้าเล่นจะงงกับการเล่นช่วงแรกมากกว่าตัวละครอื่นหลายเท่าตัว แต่ก็มาพร้อมกับความดุดันของอาวุธมากมาย พร้อมกับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมความสามารถให้เข้ากับแนวทางที่อยากเล่นได้ แล้วจะต้องตกใจว่าเห็นหุ่นล่ำๆ แดชปรู้ดๆ ไวเป็นปรอทได้มันมีอยู่จริง!

ด้วยความที่แตกต่างกันขนาดนี้ ทำให้แม้ว่าเราจะเล่นจบไปแล้วด้วยอาชีพหนึ่ง แต่การเล่นใหม่อีกรอบในอาชีพอื่นก็เกิดความแปลกใหม่แม้จะเป็นด่านเดิมๆ ได้อยู่ รวมไปถึงเวลาเล่นในแบบ multi player แล้ว การจัดทีมให้มีอาชีพปนกันหรืออาชีพเดียวกันก็สร้างความสนุกได้หลากหลายมากขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว (แต่ไม่แนะนำ Air Raider 4 คนลงถ้ำนะ ฮา)

เล่นตัวไหนได้ของตัวนั้น

ในภาค 5 นี้ก็มีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้เมื่อเพื่อนๆ เก็บกล่องที่อัปเกรดเลือดหรืออาวุธมาแล้ว ตัวเกมจะจัดสรรให้ตัวอาชีพหลักของเราก่อนเสมอในอัตราส่วนเกือบ 3 ใน 4 จากของทั้งหมด ทำให้เวลาเราเล่นนั้นจะได้รับของอาชีพตัวเองเป็นหลัก และได้ของอาชีพอื่นบ้างไว้เผื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้สามารถใช้อาชีพนั้นๆ ฟาร์มได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้แต่ของอาชีพอื่นหรือเปล่าเลยล่ะ

ในด้านการอัปเกรดเลือด (เกราะ) นั้นจะตรงไปตรงมาคือเพิ่มมาเท่าไหร่ เราก็ได้เลือดเพิ่มเท่านั้น แต่ในส่วนของอาวุธจะเป็นลักษณะการสุ่มสเตตัสของอาวุธมา (แทนค่าด้วยดาว ยิ่งดาวเยอะยิ่งสเตตัสค่านั้นสูง) แล้วเทียบกับของเก่าของเรา ถ้าของใหม่ดีกว่า จะอัปเกรดค่าที่ดีกว่าให้กับของที่เรามี ทำให้เมื่อเก็บไปเรื่อยๆ ดวงได้ค่าสเตตัสดีๆ เยอะก็จะกลายเป็นอาวุธที่ประกอบกันสมบูรณ์แบบค่าสเตตัสเต็ม มีดาวสีขาวนำหน้าอาวุธชิ้นนั้นให้รู้ด้วยพร้อมกัน ซึ่งบางทีอาวุธที่สเตตัสเต็มนั้น ใช้ได้ยาวๆ ข้ามรุ่นได้สบายๆ เลยก็มี

หมายเหตุ : ถ้าเกิดเพื่อนๆ เล่นไม่ผ่านด่าน จะได้ของมากน้อยตามที่เก็บได้ ลดไปตามระดับความยาก เช่นระดับยากจะได้ของแค่ 50% แต่ในระดับสูงสุดจะไม่ได้อะไรเลย ต้องผ่านเท่านั้น เอื๊อะ…

รีวิว Earth Defense Force 5 4

ความเกรดบีที่ดีงาม

อย่างที่ได้กล่าวว่าตัวเกม Earth Defense Force นั้นเป็นเกมที่คงความเกรดบีและย้ำว่าเป็นการชม ตัวเกมนั้นให้ความรู้สึกที่แบบว่า ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในเกมเราก็ยอมรับมันได้เพราะนี่แหละคือความเป็น EDF! โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นบทพูดที่แข็งและ cringe สุดๆ หรือการที่เจอศัตรูแล้วเราได้แต่เกาหัวแบบ แบบนี้ก็ได้เหรอ? …. เออ ได้ก็ได้แหละ!!! รวมไปถึงจังหวะที่เราจะรู้สึกแบบ นั่นไง ว่าแล้ว! ไม่ก็ เออ ต้องแบบนี้ซิ!! ทั้งหลายที่เราจะหาได้จากบรรยากาศความเกรดบีเหล่านี้ มันก็เข้ากับตัวเกมได้เป็นอย่างดีจริงๆ

บางเกมนั้นถ้าเราเผลอไปยิงเผื่ออาวุธไปโดนอาจจะมีรู้สึกผิดหรือมีรำคาญกันบ้าง แต่สำหรับ EDF แล้วนั้น ผู้เขียนอยากจะบอกจากใจว่าเวลาเห็นอาวุธใหม่พลังทำลายล้างสูงแล้ว เป้าหมายแรกที่อยากจะลองคือเพื่อนมากกว่ามอนสเตอร์ในเกม (ฮา) โดยเฉพาะการเห็นเพื่อนลอยละลิ่วกรีดร้องแล้วก็โดนสวนคืน มันสนุกอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ (แต่ถ้าเล่นกับ NPC มันก็จะรำคาญจริงๆ แหละนะ) คือความพังของมันทำให้เราอาจจะเล่นกับความพัง อยากจะรู้ว่ามันจะยังพังไปได้ถึงไหนซะงั้นล่ะ!

รีวิว Earth Defense Force 5 5

ข้อเสียก็ไม่พ้นแมลงและความน่ารำคาญ!

ข้อเสียที่น่าจะแย่ที่สุดของเกมนี้ก็คงไม่พ้นความที่เราต้องเสียเวลาวิ่งไล่เก็บกล่องในเกมเพื่ออัปเกรดเลือดและอาวุธของเรานั่นเอง เพราะถ้าเราไม่เก็บ ตัวละครเราจะไม่ได้อะไรกลับบ้านไปเลย และแน่นอนเมื่อศัตรูมันเต็มไปหมด ไอ้การวิ่งไล่เก็บกล่องจึงเป็นงานที่น่าเบื่อน่ารำคาญขึ้นมาได้ง่ายๆ (โดยเฉพาะเวลามันตายกันกระจายไปทั่วเนี่ย) รัศมีการเก็บกล่องเองก็ไม่ได้มากมายอะไร แม้ว่าจะมีไอเทมช่วยหรือความคล่องตัวของบางอาชีพก็ตาม ทำให้ด่านหนึ่งแทนที่เราจะเล่นแล้วจบๆ ไปกลับมาต้องเหลือศัตรูไว้เพื่อวิ่งเก็บกล่องก่อน

อีกจุดหนึ่งที่ไม่ติไม่ได้ก็ต้องเป็นความฉลาดล้ำของ AI ร่วมทีมที่สั่งไม่ได้ก็โอเค เรื่องปกติเกมแนวนี้ แต่การพยายามวิ่งมายืนด้านหน้าเหมือนจะช่วยบังการโจมตีศัตรูให้ … ขอโทษ มันไม่ช่วยและก่อปัญหาอย่างแรง เนื่องจากเกมนี้มี Friendly Fire และมีระเบิดมากมาย การเจอ NPC วิ่งตัดหน้า พยายามมายืนเรียกร้องความสนใจ Don’t Shoot! แบบเกมตู้บางเกม มันจะทำให้อาวุธทำลายล้างของเรายัดหน้าติดพี่แกเต็มๆ ตายหมู่ mission fail เอาได้ง่ายๆ เสียอารมณ์เป็นยิ่งนัก (หรืออย่างดีสุดคือโดนยิงลอยหายไปกลางดงศัตรูเฉยๆ)

รีวิว Earth Defense Force 5 6

หรืออีกจุดที่ไม่ได้เกี่ยวกับเกมเพลย์โดยตรงแต่สาย perfection คงไม่ชอบคือการแยกระดับการเล่นครบสมบูรณ์นั้น นับแยก online-offline mode รวมถึงแยกความยากและตัวละคร ทำให้กลายเป็นจะเล่นให้ครบ 100% ตามฉบับเกมนี้ต้องเล่นกันหลายรอบมากๆ

พวกศัตรูเองนั้นก็ไม่ได้มีความหลากหลายมากมายขนาดนั้น ย้อมสี รียูสอะไรกันสนุก และบางครั้งความเกรดบีก็ทำพวกมันบัคแบบงงๆ ให้เราได้ปวดหัวอยู่ไม่น้อย (เช่นอยู่ดีๆ ก็บินไปสุดขอบแผนที่ให้เสียเวลาวิ่งตามจะไปกำจัด จะได้จบๆ ด่านได้ซักที) ซึ่งก็น่าจะทำให้ขัดใจในการเล่นได้ระดับหนึ่งอยู่นั่นแหละจ้า

รีวิว Earth Defense Force 5 7

สรุป รีวิว Earth Defense Force 5

ถ้าว่ากันแล้ว ตัวเกม Earth Defense Force 5 นั้นก็จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ถ้าเพื่อนๆ ชอบเกมแนวยิงแบบมุมมองบุคคลที่สาม ไม่ได้ต้องการเนื้อเรื่องที่หรูหรา ไม่สนกราฟฟิคที่ตระการตา แต่อยากหาอะไรมันส์ๆ เพลินๆ ยิง มีการ grinding หาของให้แรงขึ้น เล่นคนเดียวก็ได้ เล่นกับเพื่อนก็ดี ตัวเกม EDF นั้นจะค่อนข้างตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมากเลยทีเดียว แน่นอนว่าก็ต้องยอมรับความบ๊องแบบเกรดบีของเกมแนวนี้ให้ได้ด้วยเช่นกัน

ในด้านข้อเสียนั้น ก็อยู่ในจุดที่ยอมรับได้ ยกเว้นการเก็บกล่องที่อาจจะทำให้เซ็งเอาได้สุดๆ อยู่ (แถมทีมงานก็บอกว่า ไม่! ชั้นจะจงใจปล่อยระบบนี้ไว้งี้แหละ! ในภาค 6 ที่กำลังจะออกปลายปี 2022 นี้อีก เอิ้ว ทีมงานขา!?) หรืออย่างเรื่องความไม่หลายหลายก็ดี ก็ไม่ได้ถึงกับว่าด้อยค่าของตัวเกมไปจนอยู่ในจุดที่ว่าไม่โอเคเลย

รีวิว Earth Defense Force 5 8

ตัวเกมก็มีราคาที่ค่อนข้างจะดุตามประสาเกมทางค่ายญี่ปุ่นอยู่ ไม่ลดราคาก็จะอยู่ที่ [ 699 บาท ] อยู่ ถ้าเกิดว่าอยากจะเล่นแต่ไม่ได้รู้สึกอยากสุดๆ อาจจะรอช่วงลดก่อนดีกว่า เพราะตัวเกมก็ออกมาได้พักใหญ่แล้วล่ะนะ ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนสนุกกับการไล่ยิงเหล่ามด แมลงและเอเลี่ยนสองขาที่ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เลย (ตามคำบอกของ NPC ล่ะนะ) กันจ้า