Diablo 2 Necromancer ข้อมูลและสกิลของผู้ใช้ความตาย

Diablo 2 Necromancer cover playpost

Diablo 2 Necromancer ใน Diablo 2 นั้นเป็นหนึ่งในอาชีพของเกม Necromancer หรือหมอผี, ผู้ใช้ความตายที่หลายคนรู้จักกัน โดยใน Diablo 2 Resurrected นั้น ตัวละครนี้ก็กลับมาในสภาพที่อลังการกว่าเดิมเช่นเคย มาดูกันดีกว่าว่าอาชีพนี้สกิลทำอะไรได้บ้าง ซึ่งน่าจะเป็นอาชีพที่หลายคนสงสัยในตัวสกิลไม่น้อยอยู่

Diablo 2 Necromancer ข้อมูลและสกิลของผู้ใช้ความตาย

Diablo 2 Necromancer

Necromancer นั้นเป็นผู้ใช้ความตายที่แท้จริง พวกเขามีพลังอำนาจที่จะเรียกให้ศพลุกกลับขึ้นมาเพื่อรับใช้เขา สร้างเหล่าโกเล็มจากสิ่งต่างๆ สาปคู่ต่อสู้ของพวกเขาให้ได้รับผลอันเลวร้าย หรือแม้แต่การใช้กระดูกและพิษอันเลวร้ายเข้าโจมตีศัตรูโดยตรงเลยก็ยังได้

ด้วยความสามารถเหล่านี้ ทำให้เขาเป็นตัวละครที่สามารถไปได้ทั้งการลุยเดี่ยวและแบบปาร์ตี้ได้เป็นอย่างดีมาก แม้จะรีดความเสียหายออกมาได้ไม่โหดจัดเท่าตัวอื่น แต่คำสาปของเขานั้นเป็นประโยชน์กับการเล่นอย่างมหาศาลมากเลยทีเดียวล่ะ

สกิลที่เขามีก็จะประกอบไปด้วยสาย Summoning Spell, Poison and Bone Spell และ Curses

 

Diablo 2 Necromancer

Summoning Spell

สายเรียกลูกสมุนแห่งความตาย เป็นสายที่หลายคนนิยมเล่นมากเนื่องจากความสะดวกสบายในการเล่น โดยเฉพาะในช่วงต้น-กลางเกม แต่อาจจะปวดหัวสุดๆ เวลาเจอที่แคบๆ เพราะเหล่า AI มันก็ฉลาดได้เท่าที่มันสามารถทำได้แล้วนั่นแหละนะ

โครงกระดูกนั้นมีพลังชีวิตที่ต่ำ แต่สามารถเรียกได้หลายตัวตามระดับเลเวลของสกิล ส่วนโกเล็มนั้นจะมีได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น และมอนสเตอร์ที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาก็จะมีจำนวนและระยะเวลาขึ้นกับเลเวลของสกิล

เหล่าลูกสมุนจะมีพลังชีวิตพื้นฐานเพิ่มขึ้นเมื่อเล่นในความยากระดับ Nightmare, Hell สำหรับเหล่าโกเล็มจะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้นด้วย

ลูกสมุนทุกชนิดในเกม ได้รับความเสียหายจากบอสของ Act นั้นๆ เช่น Diablo แรงกว่าปกติ 4 เท่าเสมอ

  • Raise Skeleton (Lv 1)

เรียกลูกสมุนโครงกระดูกจากซากศพขึ้นมาช่วยในการต่อสู้ แม้จะมีพลังชีวิตที่ต่ำ แต่ก็เป็นเหมือนกับวิชาพื้นฐาน หากทุ่มเทแต้มสกิลให้กับสกิลนี้แล้วพวกมันก็พึ่งพาได้เช่นเดียวกัน

ได้รับผลจากสกิล : Skeleton Master, Summon Resist

 

  • Skeleton Mastery (Lv 1)

เพิ่มพลังชีวิตและพลังโจมตีของโครงกระดูก และมอนสเตอร์ที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมา สกิลนี้ไม่มีผลใดๆ ต่อเหล่าโกเล็ม

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Clay Golem (Lv 6)

เรียกโกเล็มที่ทำจากดินเหนียวขึ้นมา แม้ว่ามันจะมีพลังโจมตีต่ำ แต่ด้วยความที่สร้างขึ้นมาจากดินเฉยๆ ทำให้มันเป็นตัวเลือกในการช่วยรับความเสียหายได้ดี และยังช่วย Slow ศัตรูที่ถูกมันโจมตีได้อีกด้วย

ได้รับผลจากสกิล : Golem Mastery, Summon Resist, Blood Golem (เลือด +5%), Iron Golem (พลังป้องกัน +35), Fire Golem (พลังโจมตี +6%)

 

  • Raise Skeleton Mage (Lv 12)

เรียกโครงกระดูกที่ใช้เวทย์ออกมาจากซากศพ โครงกระดูกเหล่านี้สามารถโจมตีจากระยะไกลได้ด้วยพลังเวทย์ธาตุต่างๆ (สุ่มทุกครั้งที่เรียกขึ้นมา) ถึงจะเปราะบางแต่ก็มีจำนวนที่มาก เป็นอีกหนึ่งในสกิลหากินของสาย Summon เลยทีเดียว

ได้รับผลจากสกิล : Skeleton Master, Summon Resist

 

  • Golem Mastery (Lv 12)

เพิ่มพลังชีวิต, ความเร็วการเคลื่อนที่ และความแม่นยำในการโจมตีของโกเล็ม

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Blood Golem (Lv 18)

เรียกโกเล็มแห่งเลือดเนื้อขึ้นมา มีความสามารถดูดเลือดของศัตรูตามสัดส่วนของพลังโจมตีที่มันสามารถทำได้

ได้รับผลจากสกิล : Golem Mastery, Summon Resist, Clay Golem (ความแม่นยำ +20), Iron Golem (พลังป้องกัน +35), Fire Golem (พลังโจมตี +6%)

 

  • Iron Mastery (Lv 24)

เรียกโกเล็มแห่งเหล็กขึ้นมา โกเล็มชนิดนี้จะต้องใช้ชุดเกราะหรืออาวุธที่เป็นเหล็กในการเรียกมันขึ้นมาเท่านั้น แต่ข้อดีนั้นก็คือพวกมันจะได้รับคุณสมบัติทั้งหมดของอุปกรณ์ชนิดนั้นๆ ติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี พลังป้องกัน หรือคุณสมบัติเวทมนตร์ต่างๆ ในตัว ….. และนั่นก็หมายถึงผู้เรียกจะต้องเสียอุปกรณ์ชิ้นนั้นไปกับการสร้างมันเช่นกัน

ได้รับผลจากสกิล : Golem Mastery, Summon Resist, Clay Golem (ความแม่นยำ +20), Blood Golem (เลือด +5%), Fire Golem (พลังโจมตี +6%)

 

  • Summon Resist (Lv 24)

เพิ่มพลังป้องกันธาตุต่างๆ ให้กับลูกสมุนทุกชนิดของ Necromancer

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Revive (Lv 30)

ชุบชีวิตของมอนสเตอร์ที่ตายลงมาเป็นลูกสมุนของเราชั่วคราว เลเวลสกิลจะส่งผลโดยตรงกับจำนวนที่สามารถชุบได้สูงสุดพร้อมกันโดยไม่ส่งผลอย่างอื่น

ได้รับผลจากสกิล : Skeleton Mastery, Summon Resist

 

  • Fire Golem (Lv 30)

เรียกโกเล็มแห่งเปลวไฟขึ้นมา มีพลังโจมตีที่สูงและสามารถปล่อยไอร้อนออกมาโจมตีศัตรูรอบตัวมันได้เป็นระยะๆ ในเลเวล 3 ขึ้นไปโกเล็มนี้จะฟื้นฟูพลังชีวิตตัวเองได้จากความเสียหายธาตุไฟ

ได้รับผลจากสกิล : Golem Mastery, Summon Resist, Clay Golem (ความแม่นยำ +20), Blood Golem (เลือด +5%), Iron Golem (พลังป้องกัน +35)

 

Poison and Bone Spell

สายพิษและกระดูกเป็นสายที่เน้นในด้านการโจมตีเป็นหลัก แม้ว่าต้องรอเลเวลสูงซักหน่อยถึงจะใช้งานได้อย่างเต็มที่ แต่ก็เรียกได้ว่ามีความรุนแรงและคุ้มค่ามาก อันที่จริงก็มีในด้านของการป้องกันด้วย และหลายครั้งมันก็เซฟชีวิตได้เลยล่ะ

  • Bone Armor (Lv 1)

สร้างโล่กระดูกขึ้นมารอบตัว ช่วยป้องกันความเสียหายระยะประชิดได้ สกิลนี้ได้รับโบนัสพลังชีวิตของเกราะจากสกิลอื่น มากกว่าได้จากการอัพเลเวลของสกิลนี้ ทำให้ไม่มีคนอัพตัวเลเวลของสกิลนี้ซะงั้น

ได้รับผลจากสกิล : Bone Wall (พลังชีวิตเกราะ +15), Bone Prison (พลังชีวิตเกราะ +15)

 

  • Teeth (Lv 1)

ยิงกระสุนกระดูกระยะสั้นออกไปเป็นรูปพัดด้านหน้า จำนวนกระสุนจะเพิ่มขึ้นตามเลเวลของสกิล สร้างความเสียหายเป็นเวทย์มนตร์ไร้ธาตุ

ได้รับผลจากสกิล : Bone Wall (ความเสียหาย +15%), Bone Spear (ความเสียหาย +15%), Bone Prison (ความเสียหาย +15%), Bone Spirit (ความเสียหาย +15%)

 

  • Corpse Explosion (Lv 6)

ระเบิดศพที่พื้น สร้างความเสียหาย 60-100% ของพลังชีวิตศพใส่ศัตรูที่อยู่รอบๆ ศพนั้น เลเวลของสกิลที่สูงขึ้นจะเพิ่มรัศมีของการระเบิดให้กว้างขึ้น

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Poison Dagger (Lv 6)

โจมตีด้วยมีดที่อาบยาพิษลงไป สร้างความเสียหายพิษอย่างยาวนานมากกับเป้าหมาย ใช้ได้เมื่อถือมีดอยู่เท่านั้น

ได้รับผลจากสกิล : Poison Explosion (ความเสียหาย +20%), Poison Nova (ความเสียหาย +20%)

 

  • Bone Wall (Lv 12)

สร้างกำแพงกระดูกขึ้นมาขวางทางพื้นที่ที่ต้องการเอาไว้ ในระดับ Nightmare และ Hell กำแพงนี้จะมีพลังชีวิตที่สูงขึ้นด้วย

ได้รับผลจากสกิล : Bone Armor (พลังชีวิตเกราะ +10%), Bone Prison (พลังชีวิตเกราะ +10%)

 

  • Bone Spear (Lv 18)

ปล่อยแท่งกระดูกที่มีอำนาจทะลุทลวงอย่างรุนแรงเป็นเส้นตรงไปยังทิศที่กำหนด สร้างความเสียหายเป็นเวทย์มนตร์ไร้ธาตุ

ได้รับผลจากสกิล : Teeth (ความเสียหาย +7%), Bone Wall (ความเสียหาย +7%), Bone Prison (ความเสียหาย +7%), Bone Spirit (ความเสียหาย +7%)

 

  • Poison Explosion (Lv 18)

ระเบิดศพที่พื้นให้กระจายออกมาเป็นหมอกพิษที่มีความรุนแรงมาก

ได้รับผลจากสกิล : Poison Explosion (ความเสียหาย +15%), Poison Nova (ความเสียหาย +15%)

 

  • Bone Prison (Lv 24)

สร้างกำแพงกระดูกล้อมรอบเป้าหมายเอาไว้ไม่ให้ขยับตัวได้ ในระดับ Nightmare และ Hell กำแพงนี้จะมีพลังชีวิตที่สูงขึ้นด้วย

ได้รับผลจากสกิล : Bone Armor (พลังชีวิตเกราะ +8%), Bone Wall (พลังชีวิตเกราะ +8%)

 

  • Bone Spirit (Lv 30)

ปล่อยวิญญาณแค้นออกไปโจมตีเป้าหมาย วิญญาณนี้จะไล่ตามจนกว่าจะกระทบกับเป้าหมายได้หรือสิ้นสุดระยะเวลา สร้างความเสียหายเป็นเวทย์มนตร์ไร้ธาตุ

ได้รับผลจากสกิล : Teeth (ความเสียหาย +6%), Bone Wall (ความเสียหาย +6%), Bone Spear (ความเสียหาย +6%), Bone Prison (ความเสียหาย +6%)

 

  • Poison Nova (Lv 30)

สุดยอดสกิลของสายพิษ ปล่อยกระสุนพิษออกมาเป็นจำนวนมากรอบตัวเป็นรูปวงกลม กระสุนพิษนี้จะกระจายออกไปไกลพอประมาณเลยทีเดียว ระยะเวลาของพิษตายตัวที่ 2 วินาที ทำให้มีความรุนแรงเป็นอย่างมาก

ได้รับผลจากสกิล : Poison Dagger (ความเสียหาย +10%), Poison Explosion (ความเสียหาย +10%)

 

Curses

สายคำสาปนั้นเป็นสายที่เรียกได้ว่าแม้จะไม่ได้ส่งผลในด้านการโจมตีศัตรูโดยตรง แต่การที่ศัตรูโดนสาปนั้น จะเกิดผลเสียกับพวกมันอย่างมหาศาลมาก ช่วยในด้านการทำให้กำจัดได้ง่ายขึ้นหรือรับมือกับมันได้ง่ายขึ้น แต่ว่า มอนสเตอร์แต่ละตัวจะติดคำสาปได้แค่ 1 อย่างเท่านั้น หากมีคำสาปอื่นมาจะลบล้างคำสาปเดิมไป

การอัพเลเวลของคำสาปจะทำให้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น, มีผลที่รุนแรงขึ้น หรืออาจจะทำให้รัศมีของคำสาปกว้างขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม คำสาปนั้นจะไม่ได้รับผลเกื้อหนุน (Synergy) จากการอัพเลเวลสกิลอื่นแต่อย่างใด

 

  • Amplify Damage (Lv 1)

สาปให้เป้าหมายได้รับความเสียหายมากขึ้นเป็น 2 เท่า คำสาปสุดรักของสายบู๊ทั้งหลาย เลเวลสกิลไม่มีผลต่อความรุนแรงของคำสาป

 

  • Weaken (Lv 6)

สาปให้เป้าหมายทำความเสียหายได้น้อยลง 33% เลเวลสกิลไม่มีผลต่อความรุนแรงของคำสาป

 

  • Dim Vision (Lv 6)

สาปให้เป้าหมายตาบอด โจมตีระยะไกลไม่ได้ ไม่ใช้ความสามารถพิเศษต่างๆ (เช่น การชุบชีวิต) เป็นหนึ่งในสกิลคำสาปที่ดีที่สุดในเกม (ยกเว้นกับบอส) ซึ่งสามารถใช้หยุดกลุ่มศัตรู ทำให้เป็นเอ๋อไปวันๆ หรือหมดประโยชน์ในการต่อสู้ได้ชิวๆ เลเวลสกิลไม่มีผลต่อความรุนแรงของคำสาป

 

  • Terror (Lv 12)

สาปให้เป้าหมายวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว เลเวลสกิลไม่มีผลต่อความรุนแรงของคำสาป

 

  • Iron Maiden (Lv 12)

สาปให้เป้าหมายได้รับความเสียหายสะท้อนกลับหลายเท่าตัวหากโจมตีด้วยการโจมตีระยะประชิด เลเวลสกิลที่สูงขึ้นจะทำให้ได้รับความเสียหายสะท้อนกลับเยอะขึ้น

 

  • Life Tap (Lv 18)

สาปให้เป้าหมายได้รับดีบัฟพิเศษ ใครก็ตามที่โจมตีเป้าหมายที่โดนสาปนี้จะฟื้นฟูพลังชีวิต 50% ของพลังโจมตีที่ทำได้

 

  • Confuse (Lv 18)

สาปให้เป้าหมายโจมตีรอบตัวแบบสุ่ม

 

  • Decrepify (Lv 24)

สาปให้เป้าหมายเคลื่อนที่ได้ช้าลง 50% และได้รับความเสียหายมากขึ้นอีก 50%

 

  • Attract (Lv 24)

สาปให้เป้าหมายตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของศัตรูที่อยู่รอบๆ คำสาปนี้ไม่สามารถถูกล้างออกได้ด้วยคำสาปอื่นๆ ได้

 

  • Lower Resistance (Lv 30)

สาปให้เป้าหมายมีพลังต้านทานธาตุทุกชนิด (รวมถึงพิษด้วย) ลดลง หากเป้าหมายมีสถานะต้านทานธาตุ (Immune) อยู่ คำสาปนี้จะมีผลแค่ 1 ใน 5 ต่อธาตุนั้นเท่านั้น หากพลังป้องกันธาตุของเป้าหมายลดต่ำกว่า 100% ได้ก็จะยกเลิกสถานะต้านทานธาตุ

เช่น มีพลังป้องกันธาตุ 110% และใช้สกิลนี้ที่มีผล 55% จะเหลือแค่ 11% เมื่อนำไปหักลบจะทำให้พลังป้องกันธาตุเหลือ 99% หลุดจากสถานะต้านทานธาตุแล้ว แต่ยังป้องกันธาตุอยู่อีก 99%

 


Build ของ Necromancer

ความสนุกในการเล่น Necromancer อย่างหนึ่งคือ ตัวสายการเล่นนั้นค่อนข้างที่จะพลิกแพลงได้มาก ไม่ว่าจะเน้นสายใดสายหนึ่งให้แรงเดือดไปเลย เล่นสายผสมกันก็ยังได้ ตัวสกิลคำสาปเองก็ไม่ต้องพึ่งพาระบบ Synergy ให้มันแรงหรือต้องอัดแต้มสกิลหนักๆ ก็ใช้งานได้ ทำให้เป็นตัวละครที่แม้สกิลจะอ่านแล้วยุ่งยาก แต่กลับเล่นง่ายมากๆ เลยก็ว่าได้ ข้อดีข้อเสียของ Necromancer ก็จะมีดังนี้

► ข้อดี

  • คำสาปคือสุดยอดแห่งสกิลที่พลิกแพลงได้หลากหลาย แค่แต้มเดียวก็เทพได้ (One-point Wonder)
  • มีสกิลลูกสมุน ทำให้เล่นได้ง่าย
  • ท่าระเบิดศพคือการเคลียร์มอนที่ชั่วร้ายมากๆ
  • สกิลโจมตีสายกระดูกเป็นเวทย์ไร้ธาตุ ทำให้ไม่ค่อยจะแพ้ทางอะไรเท่าไหร่
  • สกิลพิษที่เคลียร์ได้ดีมากๆ ในเกม

► ข้อเสีย

  • กิน Mana มหาศาลมาก หายใจเข้าออกเป็นยาฟื้น Mana (หากเล่นใน Ladder จะสามารถใช้ Runeword “Insight” แก้ปัญหาได้)
  • AI ของลูกสมุนที่สามารถทำให้เพื่อนๆ เป็นบ้าได้
  • บอสใหญ่จะตีลูกสมุนแรงกว่าปกติ 4 เท่าเสมอ กระดูกระเหิดเป็นไงก็ได้รู้กันล่ะ
  • เพราะความที่สกิลไร้ธาตุ เจอ Immune Magic คือยืนเหงาไปซิ

ตัว Build นั้นจะประกอบไปด้วยสาย Summoner (เรียกกระดูก) สายกระดูก (Bone) และสายพิษ (Poison) โดยแต่ละสายจะมีการใช้คำสาปเล็กน้อยร่วมด้วยขึ้นกับสถานการณ์ ซึ่งปกติจะอัพทุกคำสาป ยกเว้นเพียง Confuse และ Attract ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการใช้งานจริง (Dim Vision มีประโยชน์กว่ามากๆ) และมี Clay Golem ติดกันไว้ทุกคนเป็นขั้นต่ำ

ในด้านของอุปกรณ์สวมใส่นั้น ก็จะเน้นหนักไปทางการเพิ่มเลเวลของสกิลไม่ต่างกับทาง Sorceress ซักเท่าไหร่ แต่ว่าตัว Mercenary นั้นจะไม่มีการหยิบ Holy Freeze มาใช้ เนื่องจาก Neromancer ต้องการศพไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเล่นสาย Summon หรือไม่ก็ตาม (AKA ระเบิดศพ)

ค่าสเตตัสของแต่ละสายจะไม่ค่อยต่างกันมากนักคือ

  • STR – สำหรับใส่ของได้เฉยๆ
  • DEX – สำหรับใส่ของได้เฉยๆ หรือเท่าที่สามารถทำ Max Block ได้
  • VIT – เท่าที่มีทั้งหมด
  • EN – ปกติจะไม่ลงซักแต้มเนื่องจากใช้ยาได้ และช่วงหลังเรามี Mana มากพอจากอุปกรณ์ในตัวอยู่แล้ว

 

► สาย Summoner

สายนี้เป็นสายที่เล่นง่ายที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ต้นเกมกันเลยทีเดียว และเก่งไปยันช่วงสุดท้ายของเกม ด้วยจำนวนลูกสมุนที่มากมายทำให้รู้สึกอุ่นใจ บางทีเล่นๆ หลับในคาหน้าจอก็ยังรอดได้อยู่ ไม่ค่อยจะเหงาเวลาเล่น เสียงกรอบแกรบๆ ดังตลอดเวลา

สกิลนั้นจะลงไปทาง Raise Skeleton (20), Skeleton Mastery (20), Raise Skeleton Mage (20) เป็นหลัก และกระจายแต้มตามความเหมาะสมของ Revive, Summon Resist โดยมีแต้มเหลือไปลงสกิลอื่นสายกระดูกเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวได้เล็กน้อยก็ยังดี หรือระเบิดศพที่หากินได้ตลอดกาล ส่วน Golem นั้นมักจะเลือกเอาทางสะดวกระหว่าง Clay Golem (สโลว์) หรือ Fire Golem (กันไฟ ตีแรงกว่า)

การเน้นสกิลจะเน้นที่ Raise Skeleton ก่อน ตามด้วย Mastery และ Raise Skeleton Mage ซึ่งการอัพ Raise นำจะทำให้ได้กระดูกมาช่วยมากกว่า แต่ตัวบางกว่า ถ้าอัพ Mastery นำจะได้กระดูกน้อยกว่าแต่ถึกทนกว่า ก็ขึ้นกับว่าเพื่อนๆ จะเลือกทางไหน แต่สุดท้ายก็อัพเต็มหมด

สายนี้จะน่ารำคาญตรงการหาศพแรกสุดมาสร้างลูกสมุนนี่แหละ แต่หลังจากนั้นก็จะมีลูกสมุนช่วยงานแล้ว ยกเว้นกรณีที่กระดุกแตกเป็นเศษป๊อกกี้ตอนเจอ Act Boss นี่ล่ะที่สายนี้จะเหนื่อยที่สุด เพราะปลุกมากี่ศพ แตกกันหมดอย่างไว แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มยืนกันไหว ก็นั่นล่ะจ้า ชิวขึ้นเยอะ

แน่นอนว่าเป็นที่รู้กันว่า Mercenary ที่แจกออร่าได้จะเป็นที่รักขนาดไหนของสายนี้

 

► สาย Bone

สายนี้เป็นสายที่การเคลียร์มอนจำนวนมากอาจจะไม่เร้าใจเท่าไหร่ เพราะยิงเป็นเส้นตรง แต่เสียงกระดูกทะลวงผ่านศัตรูนี่ฟังแล้วฟินดีแท้แน่นอนบอกได้เลย สำหรับมอนตัวใหญ่ๆ หนาๆ หรือพวกวิ่งไวๆ ก็ยัด Bone Spirit ได้เช่นกัน สายนี้ถ้าเน้นแรงจะเปลืองแต้มสกิลมหาศาลมากจนเจียดไปลงอย่างอื่นยากพอสมควรเลยล่ะ (แหงซิ Synergy 4 สกิลก็ร้อยแต้มแล้ว เอาที่ไหนมาพอจ๊ะ) ข้อดีสุดเลยก็คือมีมอนในเกมน้อยมากที่จะต้านทานเวทย์ไร้ธาตุ ทำให้เรายิงมันได้เกือบหมดเลยจริงๆ

ส่วนมากแล้วสายนี้จะเลือกลงสกิลที่ Teeth (20), Bone Spear (20), Bone Spirit (20) หลังจากนั้นจะเลือกว่าจะไปต่อไหมด้วยการลง Bone Wall / Bone Prison หรือจะลงสกิลอื่นช่วยเหลือจะเป็นสาย Hybrid ก็ได้ หรือจะเน้นเพียวแล้วเสริมด้วยคำสาป / การระเบิดศพก็ยังได้เช่นกัน

ด้วยความที่ตัวสกิลสายกระดูกเป็นเวทย์ไร้ธาตุ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มความเสียหายจาก Lower Resistance ได้ และมีแค่การปั้มเลเวลสกิลที่ช่วยได้ จึงอาจจะเป็นสกิลที่ดูเบาในสายตาของหลายๆ คนอยู่ หากลงสายกระดูกล้วนก็จะแรงขึ้นได้อีก บางคนอาจจะยอมไปลงสาย Summon (Raise Skeleton + Skeleton Mastery) ก็ได้เช่นกัน แค่อาจจะไม่สุดเท่าไหร่นัก

 

► สาย Poison

สายนี้คือนรกสำหรับคนที่ไม่คิดรีสกิล (รีเหอะ เดี๋ยวคลั่งตาย) เพราะกว่าจะหากินได้จริงๆ คือเลเวล 30 นู่น แต่ความอลังการของ Poison Nova และความสามารถในการสาปได้ ก็ทำให้สายนี้มันแจ้งเกิดได้สุดๆ ยิ่งถ้าใครป๋าหา Death Web (ไม้เท้าโคตรแรร์) มาใช้ได้ จะโคตรเถื่อน ยิงทีมอนสลาย ตัวแตกล้มเป็นวงรอบตัวจริงจัง แต่ถึงไม่มีก็ยังเล่นได้นะบอกไว้ก่อน!

แน่นอนว่าสายนี้แต้มสกิลจะโคตรเหลือ เพราะลงแค่ Poison Dagger (20), Poison Explosion (20), Poison Nova (20) เท่านั้น ที่เหลือฟรี แต่ก็ถูกจำกัดด้วยความ Synergy ทำให้ลง Hybrid อาจจะไม่ดีเท่าไหร่นัก ถ้าให้แนะนำแล้ว การลง Lower Resist ซัก 10 แต้ม และที่เหลือลง Corpse Explosion คู่กับ Clay Golem จะคอมโบกันได้ดีที่สุด

สายนี้เป็นสายที่ทรมาณจนกว่าจะมี Poison Nova จริงๆ เพราะงั้นควรเล่นสาย Summoner หรือสาย Bone ก่อนแล้วค่อยรีสกิลตอน 30 จะดีที่สุด อย่าพยายามฝึกเอา Poison Dagger ไปไล่จิ้มมอนเลย มันทรมาณเกินจริงๆ นะ

แน่นอนว่าสายนี้เป็นสายโจมตีธาตุ มีมอนสเตอร์หลายตัวที่ Immune Poison ใน Hell ทำให้อาจจะมีจังหวะติดขัดบ้าง แต่ด้วยพลังของคำสาป มันทำให้ Necromancer ก้าวผ่านมันได้ง่ายกว่าที่คิดมากเลยล่ะ

► มุมแถมท้าย Slowmancer

ลองให้ Mercenary ถืออาวุธ Woestove (เจาะรูใส่ของเพิ่ม Cold Damage / Holy Freeze Aura) และใช้ Clay Golem เลเวลสูงๆ ควบคู่กับคำสาป Decrepify เพื่อนๆ จะสามารถทำให้เป้าหมายขยับตัวด้วยความเร็วประมาณถั่วงอกโตได้ (โดน Slow รวมกันเกือบๆ 90%) ซึ่งผู้เขียนเคยลองใช้กับ Baal Hell หรือ Minion of Destruction ปรากฎว่า กว่าท่าโจมตีแต่ละครั้งจะจบ ใช้เวลาเกิน 10 วินาที… สงสารอ่ะ

 

บอกได้เลยว่า ตัวละคร Necromancer นั้นเป็นหนึ่งในตัวละครที่เล่นแล้วสนุกเป็นอย่างมาก ในช่วงแรกเขาอาจจะค่อนข้างเหนื่อยในการสู้เพราะเหล่าศพหรือสกิลยังไม่พร้อม แต่เมื่อพร้อมแล้วนั้น จะเป็นอะไรที่สนุกและเลือกใช้สกิลกันไม่หวั่นไม่ไหวมาก แต่นั่นล่ะคือความสนุกของเขา เพราะสกิลนั้นใช้งานได้เยอะมาก ไม่จำกัดแค่สกิลใดสกิลหนึ่งเลยจริงๆ

ก็ขอให้เพื่อนๆ สนุกกับการเล่น Diablo 2 และตัวละคร Necromancer จ้า ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้า!