Review Monster Hunter Stories 2: Wings of Ruin เปลี่ยนจากนักล่ามาเลี้ยงมอนคู่ใจ

Review Monster Hunter Stories 2 cover playpost

หากว่าเราพูดถึง Monster Hunter หนึ่งในเกมซีรี่ย์ของ Capcom ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในการล่ามอนสเตอร์ที่ดุเดือด เลือดพล่านแล้วนั้น ก็ย่อมจะนึกถึงการต่อสู้ของนักล่าและมอนสเตอร์ในรูปแบบเกมแอคชั่นกันเต็มที่ แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งในเกมสปินออฟในจักรวาลมอนฮันกัน กับ Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin (หลังจากนี้จะขอย่อว่า MHS2 จ้า) ที่เป็นการแหวกแนวจากความเป็นเกมแอคชั่น มุ่งหน้าสู่ความเป็น RPG เต็มตัว และแน่นอน พูดถึงเกมแนวนี้ สิ่งที่ต้องมาด้วยกันก็คือเนื้อเรื่องที่อัดแน่นมาเต็มที่นั่นเอง เอาล่ะ เรามาดูกันว่าสำหรับเกมนี้นั้นจะเป็นอย่างไร

Review : Monster Hunter Stories 2: Wings of Ruin

ตัวเกม MHS2 นั้นได้ปรับเปลี่ยนจากตัวเกมในรูปแบบ Action RPG มาสู่แนว Turn Base RPG อย่างเต็มตัว อัดแน่นไปด้วยเนื้อเรื่องตลอดการเล่นของเพื่อนๆ มีระบบใหม่ๆ ให้เข้ากับความเป็นตัวเกม RPG มากขึ้น โดยชูโรงการนำไข่ของมอนสเตอร์ต่างๆ ที่เรารู้จักกันดีในโลกของมอนฮันไม่ว่าจะเป็นมอนรุ่นเก๋าหรือมอนยุคใหม่ ให้มาเป็นเพื่อนร่วมในการต่อสู้ ผสมไปกับการเปลี่ยนแนวไปเป็น RPG สมัยเก่าแต่มีลูกเล่นใหม่ๆ เดิ้ลๆ ให้ได้ขบคิดระหว่างการต่อสู้เพื่อเอาชนะเหล่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง พร้อมกับฉากคัตซีทเท่ๆ ท่าเว่อร์วังอลังการระเบิดภูเขาเผากระท่อมมากมาย ให้เราได้อึ้งทุกครั้งที่เห็นท่าใหม่ๆ

ในขณะเดียวกันก็ยังมีระบบหลายๆ อย่างและสารพัดสิ่งที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันของมอนฮันให้เพื่อนๆ ได้ร้องว้าว ร้องอ๋อกันอย่างครบครัน ชนิดที่ว่าไม่ต้องมือใหม่ก็เล่นดี มือเก่าก็ฟินกันไปได้ง่ายๆ ชนิดที่ว่าถ้าได้หยิบขึ้นมาจะวางไม่ลงไปอีกนานเลยล่ะ


 

Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin story

RPG ก็ต้องมีเนื้อเรื่องน่ะซิ

อย่างที่ได้กล่าวไว้นั้นว่าตัวเกมได้เปลี่ยนมาเข้าสู่ความเป็นเกม RPG เต็มตัว ดังนั้นเนื้อเรื่องของตัวเกมนั้นก็จะแตกต่างไปจากภาคหลักที่เนื้อเรื่องเป็นแค่การนำทาง มาเป็นเกมที่มีเนื้อหาให้ได้รับชมตลอดเวลา มีอะไรให้เราได้ติดตาม พร้อมกับการหยอดมุกแบบน่ารักๆ ประสามอนฮันที่เราคุ้นเคยเวลาเราเจอคัทซีนช่วงต้นเกมหลายๆ ครั้ง

ในภาคนี้จะเล่าถึงเรื่องราวของกลุ่มคนใหม่ในโลกของมอนฮันที่ชื่อว่า Rider ที่เป็นผู้ที่ทำสัญญาร่วมต่อสู้กับมอนสเตอร์ไปด้วยกัน ซึ่งต่างไปจากเหล่า Hunter ที่เป็นนักล่าตามปกติที่พวกเราคุ้นเคย ด้วยความแตกต่างนี้ทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่นัก

เรื่องราวได้เริ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ประหลาด มีแสงสว่างลึกลับเปล่งออกมาทั่วโลก น้ำทะเลเปลี่ยนสี ธรณีเปล่งแสง และเหล่า Rathalos ได้บินหายไปหมด เมื่อแต่ละคนพยายามค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นก็เริ่มผูกโยงไปยังเรื่องเล่าโบราณของ Wings of Ruin ซึ่งเป็น Rathalos ในตำนานที่เมื่อกระพือปีกครั้งเดียวก็เกิดหายนะได้แล้ว ทำให้ไม่ว่าจะเป็น Hunter หรือ Rider ต่างก็หัวปั่นต้องรีบหาทางหยุดยั้งเหตุการณ์นี้ให้ได้ก่อนจะเกิดหายนะขึ้นจริงๆ

ใช่แล้ว มันเป็นเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างพื้นฐาน มีจังหวะให้เราสงสัยหรือตื่นเต้นกับมันได้โดยไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป และเป็นจุดขายของ MHS2 เลยก็ได้กับความที่เข้าถึงได้ง่าย เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ถ้าใครหวังจะเจอเนื้อเรื่องแบบต้องขบคิด ตีความหลายขั้นตอน ก็คงต้องบอกว่า มันไม่ใช่มอนฮันแล้วแบบนั้น!

 

RPG ยุคเก่า แต่เก๋าละกัน

ในด้านของเกมเพลย์นั้น ตัวเกมได้เปลี่ยนการเล่นไปเป็นระบบ RPG เหมือนในอดีตเต็มที่ แต่ก็ยกระดับให้มีความสดใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินสำรวจในแผนที่ที่มีมอนสเตอร์เดินกันดุ่ยๆ หากเดินชนก็จะเกิดการต่อสู้ขึ้น แต่ก็สามารถเดินหลบเลี่ยงได้ ตัวพื้นที่ก็มีอะไรให้เราสำรวจ มีปริศนาให้ได้พบเจอมากมาย บางจุดที่ในตอนแรกเรายังไม่สามารถเข้าถึงได้ เมื่อเรามีมอนสเตอร์ที่ช่วยเหลือเราได้แล้วก็สามารถย้อนกลับมาได้อีก

Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin qte

การต่อสู้เองก็แม้จะเป็น Turn Base แต่ก็ใส่ระบบแพ้-ชนะทาง ทำให้เราได้ขบคิดระหว่างเล่นและหาว่ามอนตัวไหนชอบโจมตีท่าอะไร มีการคอมโบท่าประสานเท่ๆ มี Quick Time Event ให้เราได้ตื่นตัวตลอดการเล่น แต่ก็ไม่เยอะจนถึงกับเสียอรรถรส รวมถึงท่าอนิเมชั่นเท่ๆ ต่างๆ ที่ดูว้าวในตอนแรกแต่อาจจะนานไปสำหรับการเล่นต่อเนื่องไปนานๆ ก็สามารถกดข้ามและกดเร่งความเร็วได้ ทำให้ตัวเกมนั้นมีความฉับไว ไม่ได้ช้าจนน่าเบื่อ

Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin gene

ส่วนในด้านของการเลี้ยงมอนสเตอร์ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำการดูแลเหมือนกับเกมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ให้อาหารอะไร แต่ก็เป็นลักษณะของการที่เราจะได้ไปตามหาไข่ของมอนสเตอร์ชนิดต่างๆ ตามดันเจี้ยน ตัวไข่เองก็จะมีระดับความหายากที่ส่งผลต่อสกิลหรือยีนของมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ และนำไปผสมออกมาเป็นมอนสเตอร์ที่มีสกิลหรือยีนในแบบที่เราต้องการมากที่สุดก็ยังได้ เหมือนอย่าง Guardian Ratha ในตัวเกมที่เป็นผู้พิทักษ์ที่แท้ทรู

 

ภาพดีเสียงเด่น ฟินกันไป

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงมอนฮันแล้ว อีกหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นเรื่องของงานภาพและงานเสียงที่ช่วยปรุงแต่ให้ผู้เล่นอย่างเราอินไปกับการล่าได้อย่างสุดๆ ซึ่งพอมาเป็นตัวภาค MHS2 แล้วนั้น การที่ตัวเกมทำเป็นแนว RPG ที่เข้าถึงได้ทุกวัน ก็ได้ปรับเปลี่ยนงานภาพให้ดูน่ารัก สดใสขึ้น โดยเฉพาะเจ้าเหล่ามอนสเตอร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตาทั้งหลายก็มาพร้อมกับความเท่ หน้าตาสุดคุ้นเคยในร่างโตเต็มวัย พร้อมกับร่างที่เห็นแล้วอดขำกับความน่ารักของพวกมันไม่ได้ในตอนพึ่งฟักออกมาจากไข่

ในระหว่างเล่นก็จะมีการใช้ท่าโจมตี อนิเมชั่นไม้ตายต่างๆ ท่าประสาน ให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจเหมือนกับเด็กๆ ที่ได้เห็นของเล่นใหม่ รวมไปถึงความ”อะไรของพี่เนี่ย”ในการยิงมุกหรือออกท่าการโจมตีของมอนให้เราได้เงิบเป็นระยะๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ไอ้เจ้าตัวนี้ท่าจะเป็นยังไง อุ้ย อยากรู้ว่าตัวนี้ทำไรได้ขึ้นมาเลยทีเดียวล่ะ ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจจริงๆ

Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin village

สภาพพื้นที่ต่างๆ ในฉากก็มีความหลากหลาย และมีอะไรให้ได้ค้นหาสมกับบรรยากาศในการเล่นมอนฮันเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็น่าเสียดายที่ตัวฉากทำออกมาโล่งจนเกินไปซักนิด (ในจุดนี้อาจจะเพราะทีมงานลืมไปว่าฉากของเดิมต้องมีที่ให้เราสู้กับมอนกว้างๆ แต่ในแบบตัดฉากต่อสู้แบบนี้มันไม่จำเป็นเท่าไหร่แล้ว) ทำให้เราวิ่งๆ บางทีก็จะรู้สึกโหวงๆ เหมือนกัน และตัวดันเจี้ยนพื้นที่ภายในก็ดูจะเป็นการรียูสห้องต่างๆ ไปซักหน่อย แต่อย่างน้อยทางเดินต่างๆ ก็เปลี่ยนไม่เหมือนกัน ทำให้รู้สึกไม่ติดขัดเท่าไหร่นัก

ในด้านเพลงประกอบต่างๆ ก็ยังคงมาตราฐานได้เป็นอย่างดี เข้ากับสถานการณ์ต่างได้ครบถ้วน เสียงประกอบเองก็ลื่นไหลไปกับตัวเกม เหล่ามอนสเตอร์ต่างๆ ก็มีเสียงเอกลักษณ์ของตัวเองครบถ้วน ชนิดว่านักล่ามือเก๋ามาเล่นต้องอมยิ้มได้เลย

พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็คงขาดไม่ได้ในส่วนของภาพรวมในการเล่น ก็ต้องบอกเลยว่าตัวเกมกินเครื่องน้อยมากๆ ในเวอร์ชั่น Steam/PC นั้นจัดว่าลื่นไหลมากๆ และแทบไม่พบเจอบัคอะไรให้ต้องขมวดคิ้วเลย กล้าพูดได้เต็มปากว่าการนำมาลง PC นี่คือให้ประสบการณ์ตอนเล่นระดับเดอะเบสต์จริงๆ

 

Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin wombo combo

สรุป Monster Hunter Stories 2: Wings of Ruin

โดยภาพรวมแล้ว ตัว Monster Hunter Stories 2 : Wings of Ruin ก็จัดว่าเป็นเกมหนึ่งที่สนุกและไม่ได้ชวนให้ผิดหวังแต่อย่างใด ตัวเกมมีความเรียบง่าย เข้าใจได้ง่ายสำหรับทุกคน ใครที่เป็นเกมเมอร์เจออะไรแต่ละอย่างก็แทบจะร้องอ๋อ ใครที่เป็นมือใหม่ก็ทำความเคยชินได้ไม่ยาก ภาพในเกมดูน่ารัก ท่าไม้ตายที่มีครบทุกตัว ในด้านเกมเพลย์เองแม้จะแตกต่างไปจากมอนฮันเดิมๆ แต่ก็ทำมาได้อย่างลงตัวในรูปแบบ RPG ที่ถูกทำให้เป็นแนวสมัยใหม่

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลยซะทีเดียว การที่ทำให้ตัวเกมเข้าถึงทุกวัยก็จะลดความเข้มข้นของเนื้อเรื่องและภาพรวมอาจจะดูเด็กเกินไปสำหรับแฟนๆ มอนฮัน ระบบการต่อสู้ที่หลังๆ เหลือแค่การแพ้ชนะทางมากกว่า การผสมยีนที่น่าจะเป็นจุดเด่น ก็ดูจะกลายเป็นจุดด้อยจากการที่เหมือนต้องรอให้เล่นไปช่วงท้ายๆ ฟาร์มตัวแรร์ๆ ถึงจะผสมได้ดังใจ รวมไปถึงการตัดเข้าฉากต่อสู้ ทำให้การจะฟาดมอนสเตอร์ตัวเล็ก ลูกกระจ๊อกเป็นสิ่งที่ดูน่ารำคาญขึ้นมาในทันที

ถึงกระนั้นแล้ว ก็ต้องบอกว่า MHS2 นั้นเป็นเกมที่ดีและสนุก สามารถหยิบขึ้นมาเล่นแล้วรู้สึกอยากเล่นต่อจนจบได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก บรรยากาศในการเล่นที่เล่นแล้วชวนอยากค้นหาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ก็สามารถทำให้เพื่อนๆ เล่นได้อย่างเพลิดเพลินต่อเนื่องได้อย่างยาวนานแน่นอน อาจจะมีข้อเสียกันบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเกมด้อยคุณค่าลง

หากอยากลองสัมผัสโลกของมอนฮันในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ Action RPG แล้ว ก็อยากแนะนำว่าลองดูซักครั้งก็ยังได้ ถ้าไม่มั่นใจว่าจะคุ้มค่าหรือถูกใจไหม ก็มีตัวเกมแบบ [ Trial ] ให้ได้ลองเล่นเช่นกัน เผื่อบางครั้ง เราก็อาจจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เกมเดิมๆ พยายามจะฉีกกรอบจำกัดออกได้เช่นกันจ้า

 

▲ จุดเด่น

  • งานภาพที่ดูดี สดใส มอนสเตอร์ต่างๆ น่ารักก็มากันมากมายให้ชาวมอนฮันได้ยิ้มกัน
  • เนื้อเรื่องที่น่าติดตาม อัดแน่นสมกับความเป็น RPG
  • เกมเพลย์ที่แม้จะเป็น Turn Base ยุคเก่า แต่ก็เพิ่มความทันสมัยหลายอย่างให้มีความสดใหม่ รวดเร็ว
  • สามารถเล่น co-op ได้
  • แน่นอนว่ามีชุดแฟชั่นด้วยล่ะ ลาก่อนการทำชุดที่มีความสามารถที่ต้องการแต่ดันไม่ถูกใจ!

▼ จุดด้อย

  • เมื่อเล่นไปนานๆ ความสดใหม่ของการต่อสู้ จุดเด่นของระบบธาตุ ชนิดของอาวุธก็จืดจางลงไป และการต้องตัดเข้า Battle ทุกครั้งก็ทำให้จะจัดการมอนข้างทางที่น่ารำคาญมันยุ่งยากขึ้น
  • ระบบการผสมยีนทำให้มอนช่วงแรกๆ ที่เราพยายามปั้นเก็บเลเวลและผสมขึ้นมา สุดท้ายก็เจอกลบด้วยตัวหายากที่เก่งกว่ากันไป มันก็จะช้ำๆ หน่อย
  • ตัวเนื้อเรื่องเองก็จะออกไปทางแนว cliche ที่เราจะคุ้นเคยกัน และค่อนข้างราบเรียบ ซึ่งแม้จะย่อยง่ายแต่ก็อาจจะดูพื้นๆ เกินไปซักหน่อย
  • ระบบหลายๆ อย่างต้องใช้เวลาเล่นซักพักถึงจะค่อยๆ ปลดออกมาให้ใช้