Diablo 2 Sorceress แนะนำสายฟาร์ม ล่าบอสไว หาของเพลิน

Diablo 2 Sorceress Farm cover playpost

ใน Diablo 2 Resurrected นั้นก็มีอาชีพอยู่มากมายหลายอาชีพ ซึ่งในวันนี้ก็จะมาพูดถึงสายอาชีพของ Sorceress ที่เป็นสายยอดนิยมกัน บอกได้เลยว่าเป็นอาชีพที่หลายคนมักจะมีติดไว้ใน ID เพื่อการฟาร์มของที่ว่องไวในช่วงแรกๆ ก่อนจะไปเล่นตัวที่มีของแล้วจะเร้าใจสุดๆ ได้อีกต่อหนึ่ง

Diablo 2 Sorceress Farm

Diablo 2 Sorceress

ตัว Sorceress นั้นเป็นนักเวทย์ที่แท้จริง เธอมีเวทย์มากมายทั้ง 3 ธาตุที่มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันในการถลุงเหล่าลูกสมุนจากนรกให้กลับไปสู่ที่ๆ พวกมันกำเนิดมาได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งแต่ละธาตุนั้นความสามารถในการทำลายล้างก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันเลยแม้แต่น้อย

แม้ว่าตัวเธอจะมีปัญหาด้านการใช้ค่า Mana แบบสุดๆ แต่หากก้าวผ่านมันมาได้ เธอจะเป็นตัวละครที่อันตรายและเล่นได้อย่างเพลิดเพลินมากเลยทีเดียว นอกากนี้สกิลจุดเด่นอย่าง Static Field, Teleport ยังทำให้เธอเป็นตัวละครที่รวดเร็วและฟาร์มของในเกมได้ดีมากเลยล่ะ

สกิลที่พวกเธอมีนั้นก็จะประกอบไปด้วยเวทย์ทั้งสามธาตุนั่นคือ Cold Spells, Lightning Spells, Fire Spells นั่นเอง

 

Cold Spells

เวทย์แห่งความเย็นยะเยือกเหล่านี้จะสะกดให้ศัตรูของพวกเธอช้าลงหรือแข็งเป็นน้ำแข็ง จุดขายคือแลกเปลี่ยนพลังโจมตีเป็นการป้องกัน แม้ว่าพลังโจมตีจะเบากว่าธาตุอื่น (ในแง่ตัวเลข) แต่ความสามารถที่ทำให้ศัตรูขยับได้ช้าลงนั้นก็ช่วยเสริมจุดขายในการเป็นสายการป้องกัน รวมถึงยังมีเวทย์เสริมสร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดได้อีกด้วย

ถึงจะบอกว่าตัวเลขน้อยกว่าสายอื่นอย่างชัดเจน แต่จำนวนของกระสุนที่ยิงออกไป ร่วมกับความสามารถในการเจาะพลังป้องกันธาตุน้ำแข็งแล้ว มันแรงไม่ได้แพ้สายอื่นเลยล่ะ

  • Frozen Armor (Lv 1)

สร้างเกราะที่เพิ่มพลังป้องกันให้กับพวกเธอ ศัตรูที่เข้ามาโจมตีระยะประชิดจะถูกแช่แข็งชั่วขณะ เปิดโอกาสให้เธอตอบโต้ได้ง่ายขึ้น

ได้รับผลจากสกิล : Shiver Armor (ระยะเวลา +10 วินาที, ระยะเวลาแช่แข็ง +5%), Chilling Armor (ระยะเวลา +10 วินาที, ระยะเวลาแช่แข็ง +5%)

 

  • Ice Bolt (Lv 1)

ยิงกระสุนน้ำแข็งเข้าใส่เป้าหมาย ทำให้พวกมันเคลื่อนที่ได้ช้าลง

ได้รับผลจากสกิล : Frost Nova (ความเสียหาย +15%), Ice Blast (ความเสียหาย +15%), Glacial Spike (ความเสียหาย +15%), Blizzard (ความเสียหาย +15%), Frozen Orb (ความเสียหาย +15%)

 

  • Ice Blast (Lv 6)

ปล่อยกระสุนเยือกแข็งเข้าโจมตี ศัตรูที่โดนจะถูกแช่แข็งอยู่กับที่ทันที

ได้รับผลจากสกิล : Ice Bolt (ความเสียหาย +8%), Glacial Spike (ระยะเวลาแช่แข็ง +10%), Blizzard (ความเสียหาย +8%), Frozen Orb (ความเสียหาย +8%)

 

  • Frost Nova (Lv 6)

ปล่อยคลื่นความเย็นออกมารอบตัว ความเสียหายต่ำ ศัตรูที่โดนจะถูกทำให้เคลื่อนที่ช้าลงเป็นระยะเวลานาน

ได้รับผลจากสกิล : Blizzard (ความเสียหาย +10%), Frozen Orb (ความเสียหาย +10%)

 

  • Shiver Armor (Lv 12)

สร้างเกราะที่เพิ่มพลังป้องกันให้กับพวกเธอ ศัตรูที่เข้ามาโจมตีระยะประชิดจะได้รับความเสียหายธาตุน้ำแข็งและถูกทำให้แช่เย็น ขยับได้ช้าลง

ได้รับผลจากสกิล : Frozen Armor (ระยะเวลา +10 วินาที, ความเสียหาย +9%), Chilling Armor (ระยะเวลา +10 วินาที, ความเสียหาย +9%)

 

  • Glacial Spike (Lv 18)

ปล่อยหอกนำแข็งที่จะระเบิดออกเมื่อโดนศัตรู ทำความเสียหายเป็นกลุ่มและแช่แข็งพวกมันเป็นระยะเวลาสั้นๆ

ได้รับผลจากสกิล : Ice Bolt (ความเสียหาย +5%), Ice Blast (ความเสียหาย +5%), Blizzard (ระยะเวลาแช่แข็ง +3%), Frozen Orb (ความเสียหาย +5%)

 

  • Chilling Armor (Lv 24)

สร้างเกราะที่เพิ่มพลังป้องกันให้กับพวกเธอ โล่นี้จะยิงกระสุนน้ำแข็งสวนกลับไปหาเป้าหมายที่โจมตีเธอจากระยะไกล

ได้รับผลจากสกิล : Frozen Armor (ระยะเวลา +10 วินาที, ความเสียหาย +7%), Shiver Armor (ระยะเวลา +10 วินาที, ความเสียหาย +7%)

 

  • Blizzard (Lv 24)

เรียกพายุลูกเห็บให้ตกมายังพื้นที่ที่กำหนดเป็นเวลา 4 วินาที แม้จะทำให้ศัตรูถูกแช่แข็งได้แค่ระยะสั้นๆ แต่มีความรุนแรงมาก

การใช้สกิลนี้ควรเล็งพื้นที่ไว้ล่วงหน้าเนื่องจากต้องใช้เวลาซักครู่ก่อนที่พายุจะเริ่มตกลงมาเต็มที่

ได้รับผลจากสกิล : Ice Bolt (ความเสียหาย +5%), Ice Blast (ความเสียหาย +5%), Glacial Spike (ความเสียหาย +5%)

 

  • Cold Mastery (Lv 30)

ทำให้เวทย์สายเยือกแข็งทั้งหมดของเธอ ทำความเสียหายทะลุพลังป้องกันธาตุน้ำแข็งเป็นจำนวนที่กำหนด หากใช้กับศัตรูที่ต้านทานน้ำแข็ง (Cold Immune) จะแสดงผลออกมาแค่ 1 ใน 5 ต่อเท่านั้น หากพลังป้องกันธาตุของเป้าหมายลดต่ำกว่า 100% ได้ก็จะยกเลิกสถานะต้านทานธาตุ

เช่น มีพลังป้องกันธาตุ 110% และใช้สกิลนี้ที่มีผล 55% จะเหลือแค่ 11% เมื่อนำไปหักลบจะทำให้พลังป้องกันธาตุเหลือ 99% หลุดจากสถานะต้านทานธาตุแล้ว แต่ยังป้องกันธาตุอยู่อีก 99%

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Frozen Orb (Lv 30)

ปล่อยลูกแก้วน้ำแข็งไปด้านหน้า ระหว่างที่ลูกแก้วนี้เคลื่อนที่จะระดมยิงกระสุนน้ำแข็งออกมาเป็นเกลียวสว่าน เมื่อสุดระยะทางหรือชนกับผนังจะระเบิดออกเป็นกระสุนน้ำแข็งจำนวนมาก กระสุนน้ำแข็งนี้สามารถโดนเป้าหมายเดียวกันได้

การใช้สกิลนี้ควรจำระยะของสกิลให้ดีเพื่อให้โดนตรงจังหวะการระเบิดพอดี

ได้รับผลจากสกิล : Ice Bolt (ความเสียหาย +2%)

 

Lightning Spells

เวทย์สายฟ้านั้นเป็นเวทย์ที่มีจุดเด่นที่ความรวดเร็ว รุนแรงแต่เอาแน่เอานอนไม่ได้ พลังโจมตีที่เป็นตัวเลขนั้นเรียกว่าสูงสุดของทุกสายก็ว่าได้ แต่มีความแกว่งชนิดที่โดนเหมือนสะกิดจนถึงแค่สะกิดก็ตายหมู่ได้ ทำให้เป็นสายหนึ่งที่มีทั้งความหัวร้อนและความสะใจสุดๆ กันไปเลย

จุดเด่นมากของเวทย์สายนี้คือสกิลเทพซ่าสิบห้าโลกอย่าง Static Field, Teleport ที่ทำให้เธอเป็นมีม(แบบโคตรอันตราย)เคลื่อนที่ได้นั่นล่ะ

 

  • Charge Bolt (Lv 1)

ปล่อยกลุ่มก้อนกระแสไฟฟ้าให้ไหลไปตามพื้นแบบสุ่มในทิศที่กำหนด ยิ่งเลเวลสกิลสูงจำนวนที่ปล่อยออกไปจะเยอะขึ้น หากใช้ระยะเผาขนจะมีโอกาสโดนเต็มๆ ทุกนัดได้

ได้รับผลจากสกิล : Lightning (ความเสียหาย +6%)

 

  • Telekinesis (Lv 6)

กระแทกเป้าหมายให้ชะงักด้วยพลังจิต ทำความเสียหายธาตุสายฟ้า สามารถใช้เปิดประตู หีบ หยิบไอเทมจากระยะไกลได้

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Static Field (Lv 6)

ปล่อยคลื่นไฟฟ้าที่มองไม่เห็นกระจายลงพื้นรอบตัวเป็นรัศมีแคบๆ ศัตรูที่โดนจะได้รับความเสียหายเท่ากับ 25% ของพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกมัน (สามารถลดลงได้ด้วยพลังป้องกันธาตุสายฟ้า) ไม่ว่าจะมีเลือดเท่าไหร่ก็ตาม เลเวลของสกิลที่สูงขึ้นจะทำให้รัศมีไกลขึ้น

สกิลนี้ไม่สามารถสังหารศัตรูได้และเบาลงทุกครั้งตามเลือดที่เหลืออยู่

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Lightning (Lv 12)

ยิงสายฟ้าออกไปเป็นเส้นตรง มีความสามารถทะลุทะลวงเป้าหมายตลอดเส้นทาง

ได้รับผลจากสกิล : Charge Bolt (ความเสียหาย +8%), Nova (ความเสียหาย +8%), Chain Lightning (ความเสียหาย +8%)

 

  • Nova (Lv 12)

ปล่อยคลื่นไฟฟ้าออกมาเป็นวงกลมรอบตัว

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Teleport (Lv 18)

วาร์ปไปยังตำแหน่งที่กำหนดเท่าที่ Cursor ของ Mouse จะสามารถเล็งไปได้ สามารถวาร์ปทะลุกำแพงหรือหน้าผาได้ เลเวลสกิลที่สูงขึ้นจะลด Mana ที่ใช้ลง

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Chain Lightning (Lv 18)

ยิงสายฟ้าออกไปเป็นเส้นตรง เมื่อโดนเป้าหมายแล้วจะชิ่งไปหาเป้าหมายอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้ สามารถชิ่งไปมาระหว่างเป้าหมายเดิมได้ เลเวลของสกิลจะช่วยให้จำนวนครั้งที่ชิ่งได้เพิ่มขึ้น

ได้รับผลจากสกิล : Charge Bolt (ความเสียหาย +4%), Nova (ความเสียหาย +4%), Lightning (ความเสียหาย +4%)

 

  • Energy Shield (Lv 24)

เรียกบัพที่จะทำให้เมื่อได้รับความเสียหาย จะนำความเสียหายส่วนหนึ่งหักออกไปจากค่า Mana ก่อนพลังชีวิตในอัตราส่วนที่มากกว่าเดิม

  • อัตราส่วนพื้นฐานอยู่ที่ 200% (โดนหักความเสียหาย 10 หน่วย = 20 Mana) สามารถลดลงได้ 50% ต่อ 8 เลเวลของ Telekinesis สูงสุดที่ 75% ที่เลเวล 20
  • ความเสียหายที่หักออกจะไม่คิดจากพลังป้องกันธาตุ เมื่อหักลบเสร็จแล้วเข้าเลือด จึงค่อยคำนวนพลังป้องกันธาตุอีกครั้งหนึ่ง

ได้รับผลจากสกิล : Telekinesis (เสีย Mana น้อยลง 6.25%)

 

  • Thunder Storm (Lv 24)

บัพตัวเองด้วยพายุสายฟ้า เมื่อมีศัตรูอยู่ในหน้าจอจะสุ่มปล่อยสายฟ้าอันรุนแรงลงมาใส่ศัตรูเป็นระยะๆ ทีละ 1 เป้าหมายโดยอัตโนมัติ

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Lightning Mastery (Lv 30)

เพิ่มความรุนแรงของเวทย์สายฟ้าเป็นอย่างมาก

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

Fire Spells

เวทย์เปลวไฟแห่งความรุนแรง เป็นเวทย์พื้นฐานที่สุดของพวกเธอ มีความเรียบง่าย สะใจ ตรงไปตรงมา ความเสียหายไม่ค่อยแกว่งเท่ากับสายฟ้า และช่วยในการบัพเชิงรุกได้ดีมาก

  • Warmth (Lv 1)

ใช้ความเร่าร้อนในตัว เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟู Mana ให้เร็วขึ้น

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Fire Bolt (Lv 1)

ยิงกระสุนไฟแบบเรียบง่ายเข้าใส่ศัตรู กินค่า Mana น้อย

ได้รับผลจากสกิล : Fireball (ความเสียหาย +16%), Meteor (ความเสียหาย +16%)

 

  • Inferno (Lv 6)

รวบรวมพลังงานและปล่อยเปลวไฟออกไปเป็นเส้นตรง ระหว่างร่ายจะขยับไม่ได้ สามารถกดค้างได้ เลเวลสกิลที่สูงขึ้นจะทำให้เปลวไฟพุ่งไปได้ไกลขึ้น

ได้รับผลจากสกิล : Warmth (ความเสียหาย +13%)

 

  • Fire Ball (Lv 12)

ยิงลูกไฟที่จะระเบิดออกอย่างรุนแรงเมื่อกระทบเป้าหมาย สร้างความเสียหายเป็นกลุ่ม

ได้รับผลจากสกิล : Fire Bolt (ความเสียหาย +14%), Meteor (ความเสียหาย +14%)

 

  • Blaze (Lv 12)

เรียกเปลวไฟขึ้นมาที่เท้าชั่วขณะ เมื่อเธอวิ่งไปจะทิ้งเปลวไฟไว้ที่พื้น สร้างความเสียหายให้กับศัตรูที่เข้ามาในเปลวไฟ

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Enchant (Lv 18)

อาบอาวุธของเธอหรือเพื่อนร่วมการต่อสู้ด้วยหลังแห่งเปลวไฟ เพิ่มความแม่นยำในการโจมตีและทำให้อาวุธนั้นมีโบนัสความเสียหายธาตุไฟ

สกิลนี้ถ้าใช้กับ Exploding Arrow หรือ Immolation Arrow จะเพิ่มความเสียหายของการระเบิดได้ด้วย (รวมถึงอาวุธชนิด Unique ที่ยิงเป็นกระสุนระเบิดเช่นกัน)

ได้รับผลจากสกิล : Warmth (ความเสียหาย +9%)

 

  • Firewall (Lv 18)

เรียกกำแพงเปลวไฟขึ้นมาที่พื้นเป็นเส้นตรง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงกับศัตรูบนพื้นที่นั้น

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

  • Meteor (Lv 24)

เรียกดาวตกลงมายังจุดที่กำหนด ดาวตกจะใช้เวลาซักพักก่อนจะพุ่งลงมา สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงมากและทิ้งเปลวไฟไว้ที่พื้นอย่างรุนแรง

สกิลนี้มีคูลดาวน์สั้นๆ การใช้สกิลนี้ควรเล็งพื้นที่ไว้ล่วงหน้าเนื่องจากต้องใช้เวลาซักครู่ก่อนที่ดาวตกจะตกลงมา

ได้รับผลจากสกิล : Fire Bolt (ความเสียหาย +5%), Fire Ball (ความเสียหาย +5%), Inferno (ความเสียหายของไฟที่พื้น +3%)

 

  • Hydra (Lv 30)

เรียกไฮดร้าเพลิงออกมาเป็นเวลา 10 วินาที ไฮดร้านี้จะยิงกระสุนไฟเข้าใส่เป้าหมายอย่างต่อเนื่องได้สูงสุด 3 เป้าหมายพร้อมกัน

ได้รับผลจากสกิล : Fire Bolt (ความเสียหาย +3%), Fire Ball (ความเสียหาย +3%)

 

  • Fire Mastery (Lv 30)

เพิ่มความเสียหายของเวทย์ธาตุไฟให้สูงขึ้น

ได้รับผลจากสกิล : ไม่มี

 

Diablo 2 Sorceress สายฟาร์ม ล่าบอสไว หาของเพลิน

ก่อนอื่นก็ควรจะพูดถึงข้อดีและข้อเสียของอาชีพนี้ในการฟาร์มกันหน่อย ว่าเป็นยังไง เพื่อนๆ หลายคนจะได้รู้ได้เลยว่าอยากจะนั่งสร้างตัวละครนี้ขึ้นมากันไหม

► ข้อดี

  • มีสกิล Teleport ทำให้สามารถเดินทางไปจุดฟาร์มได้ไวที่สุดในเกม
  • มีสกิล Static Field ที่ทำให้ย่นเวลาในการฆ่าบอสได้ไวมาก (สามารถสแปมสกิลนี้จนบอสเลือดเหลือ 1/4 หลอดแล้วค่อยฆ่าได้)
  • Sorceress เล่นได้ง่ายมากๆ ทั้งการเก็บเลเวลและการเหยียบบอส

► ข้อเสีย

  • กิน Mana มหาศาลมาก หายใจเข้าออกเป็นยาฟื้น Mana (หากเล่นใน Ladder จะสามารถใช้ Runeword “Insight” แก้ปัญหาได้)
  • ตัวเธอค่อนข้างบางมาก สกิลที่ช่วยป้องกันก็ไม่มี Teleport ไม่ดีลงกลางวงหนีไม่ทันก็หลับเลย
  • ความแรงมาจากเลเวลของสกิล Sorceress ล้วนๆ
  • ไม่ได้ฆ่าบอสได้เร็วที่สุดในเกม

 

สิ่งที่เหมือนกันในแต่ละ Build

ด้วยความที่แต่ละ Build จะแตกต่างกันในด้านของสกิล ทำให้มีพื้นฐานโดยรวมเหมือนกันโดยจะมีหลักๆ ดังนี้

  • เน้นใส่อุปกรณ์ที่เน้นไปทางสิ่งที่เพิ่มเลเวลสกิลได้ และเพิ่มความหายากของไอเทมที่ได้รับ (Magic Find / MF) เท่าที่จะทำได้ โดยที่ Sorceress ไม่เสี่ยงตายจนเกินไป (โดยปกติจะอยู่ที่ 100-300%) หรือฆ่ามอนสเตอร์/บอสได้ช้าจนเกินไป
  • Mercenary ที่ใช้จะเป็นตัวของ Act 2 สายใดสายหนึ่ง (แนะนำ Offensive ในระดับ Nightmare จะได้รับ Holy Freeze ที่ช่วยแช่แข็งศัตรูทำให้เราปลอดภัยมากขึ้นอีกหน่อย) และใช้อาวุธ Rune Word อย่าง Insight (ของพื้นบ้าน ฟื้นมานาไวมาก), Infinity (สำหรับคนมีตังค์เทรด) หรืออาวุธอื่นกรณีไม่ได้เล่นใน Ladder
  • สกิลพื้นฐาน 1 แต้มเหลือเฟือที่ต้องมีทุกสายคือ Warmth (ฟื้นมานาไว), Static Field (ตัดเลือดบอสไวที่สุด), Teleport (ท่าหากิน วาร์ปแหลก)
  • ไม่มีการใช้ Mana Shield เพราะการโดนฟาดทีเดียว Mana หมดหลอด ไม่เหลือไว้สู้หรือ Teleport หนี = GGEZ dead soc
  • หากไม่รู้จะใส่ไอเทมอะไร จะใส่เป็น Full Set Tal Rasha ก็ได้ เพียงแค่ถ้า mix ของใส่เอง จะสามารถทำ MF ได้เยอะกว่า
  • แต่ละสายช่วงต้นเกมสามารถอัพสกิลทางผ่านให้แรงขึ้นเพื่อเก็บเลเวลได้ทุกสาย ไม่ต้องรอ Respec หรือรอเลเวลสูงๆ ถึงจะได้กดอัพสกิล

 

Sorceress Blizzard

Sorceress สายฟาร์ม #1 : Blizzard

สายนี้จะเป็นสายที่เน้นความไวในการฆ่าบอสเป็นหลักโดยใช้สกิลธาตุน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว ทำให้เมื่อเจอกับศัตรูที่ต้านทานธาตุน้ำแข็ง (Immune Cold) ก็วิ่งกันป่าราบเลย แต่ด้วยความที่สกิลธาตุน้ำแข็งมีจุดเด่นที่เจาะพลังป้องกันธาตุน้ำแข็งได้ (ถ้ายังไม่ได้เข้าขั้นต้านทาน) ประกอบกับสกิลหากิน Blizzard นั้นสามารถอัด Synergy ได้มาก ทำให้ความแรงมันแรงหูดับตับไหม้ บอสเลือดหายเป็นข้อได้สบายๆ ในเวลาอันสั้น

หลักการอัพสกิล Sorceress สายนี้จะเน้นไปที่การอัพ Blizzard และ Synergy ทั้งหมด (Ice Bolt, Ice Blast, Glacial Spike) เพื่อเน้นความแรงสูงสุดกันไปเลย ชนิดที่ว่าเล่นห้อง 8 ก็ยังกิ้วก้าวได้อยู่ Cold Mastery ประมานเลเวล 8-10 ซึ่งสายนี้จะเสียที่ฆ่ามอนสเตอร์ทั่วไปช้ากว่า เนื่องจากตัว Blizzard นั้นเป็นสกิลพื้นที่, มีคูลดาวน์ รวมถึงสุ่มตกลงมา แต่ในทางกลับกันก็ทำให้มันเป็นสกิลฆ่าบอสที่ดีมากๆ เลยล่ะ

ความลำบากของสายนี้จะอยู่ช่วงเลเวล 6-18 ที่ต้องใช้แค่ Ice Blast ยาวๆ ทำให้รู้สึกเบื่อกับมอนที่เยอะแยะฆ่ายากไปหมด แต่โชคดีที่ช่วงเลเวลนั้นเรายังไม่ป๊ะกับ Act Boss ตัวอื่น และ Ice Blast ก็ใช้ฆ่าพวกลูกอีช่างโดนชุบได้ดีด้วย

 

Sorceress MeteOrb

Sorceress สายฟาร์ม #2 : MeteOrb

สายนี้เป็นสายกลางของการฟาร์มและเล่นสนุกมาก เนื่องจากมีสองธาตุให้ใช้ ทำให้สามารถเล่นปกติได้ง่ายกว่ามาก และมีสกิลให้เลือกใช้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น Frozen Orb, Meteor หรือ Fireball ทำให้มีความจำเจในการเล่นที่น้อยกว่าสายอื่นอย่างชัดเจน

จุดเด่น Sorceress สายนี้ก็อยู่ที่การมีสองธาตุให้ใช้ ทำให้เหมาะในการฟาร์มมอนทั่วไปมาก เพราะถ้าไม่ได้มาต้านทานไฟ+น้ำแข็งพร้อมกัน ยังไงก็ยังตีไหว แต่ในด้านการตีบอสนั้นก็จะด้อยกว่าสายอื่นพอสมควรเพราะความแรงไม่ได้สุดเท่ากับสายเพียว แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดขี้เหร่อะไรขนาดนั้น และหากฟิตพอ ก็สามารถ Rotation (วนสกิล) ระหว่างรอคูลดาวน์ของสกิล Meteor, Frozen Orb สลับ Fireball เพื่อรีดความเสียหายให้ไวขึ้นได้อีก

สายนี้จะอัพ Fireball 20, Meteor 20, Frozen Orb 20, Cold Mastery 8-10 และที่เหลือลงไปทาง Firebolt 1+ (ถ้าใช้ Fireball มากกว่า), Fire Mastery 10+ (ถ้าใช้ Meteor มากกว่า)

สายนี้จะค่อนข้างชิวตลอดการเล่นสุดๆ ลำบากแค่ช่วงเลเวล 6-12 ที่ยังไม่มี Fireball ให้ใช้เท่านั้น แต่ก็สามารถแก้ขัดได้ด้วยการหาไม้เท้าที่เพิ่มสกิลอย่าง Frost Nova หรือ Ice Blast มาแทนพลางๆ ก่อนได้ หลังจากนั้นก็สบายแล้วล่ะ โดยเฉพาะถ้าสามารถหาไม้เท้าสองรู เพิ่ม Warmth หรือ Fireball มาทำตัว Runeword “Leaf” ได้นี่ยิ่งชิวเข้าไปอีก

 

Sorceress Lightning

Sorceress สายฟาร์ม #3 : Lightning Soc

เหล่าบุตรีสายฟ้าเป็นสายที่เรียกว่า ไวทั้งฆ่ามอน ไวทั้งฆ่าบอสเลยก็ว่าได้ แต่อาจจะต้องยิงซ้ำกันนิดเพราะความเสียหายธาตุสายฟ้ามันสุ่มกันสุดๆ ไปเลย (มันเลยแรงยังไงล่ะ) ซึ่งอาจจะแพ้ JavaZon ที่ของเต็ม แต่ถ้าของไม่เต็ม ยังไงเราก็แหล่มกว่าแน่ๆ

แน่นอนว่าสายนี้เป็นสายเพียว เพราะงั้นมอนต้านทานไฟฟ้ามาก็ทางใครทางมัน แต่ถ้าไม่ต้านทาน ส่วนมากจะระเหิดไปกับสายฟ้าสารพัดที่ถูกสาดออกไปเหมือนที่เราเจอพวก Lost Soul ยิงหน้าไหม้นั่นล่ะ ซึ่งการฆ่ามอนสเตอร์คงไม่ต้องพูดถึง ส่วนฆ่าบอสนั้นมีทางเลือดสองทางคือ แบบเร้าใจ – เข้าไปยัด Charged Bolt (ตายไวมาก) หรือแบบเอาสบาย ก็ยิง Lightning อัดไปเรื่อยๆ นั่นเอง

สกิลของ Sorceress สายนี้จะเทลง Charge Bolt 20, Lightning 20, Chain Lightning 20, Lightning Mastery 20 โดยมีของแถมเป็น Thunder Storm 1 แต้ม (ใช้เป็นโบนัสเฉยๆ รวมกับไอเทมบวกสกิลก็ใช้งานได้แล้วล่ะ) และลงแต้มไปกับ Nova ตามแต่ความชอบได้เลย

สายนี้จะลำบากเหมือนสาย MeteOrb ตอนเลเวล 6-12 เพราะไม่มีของเล่นใหม่ให้ใช้ แต่ก็อาจจะลองใช้ Charge Bolt ไปพลางๆ ก่อนได้อยู่เช่นเดียวกัน แต่เมื่อเลเวล 12/18 เมื่อไหร่จะยิงเล่นเป็นผักปลาแล้วล่ะ ซึ่ง Chain Lighting จะเป็นสกิลหากินกับมอนจำนวนมาก และใช้ Lighting / Charge Bolt ในการฆ่าบอสเป็นหลัก

 

บอกได้เลยว่าสำหรับการฟาร์มหาของ (และอาจจะรวมถึงการเล่นเอาไวเข้าว่า) ไม่มีอาชีพไหนไวและเพลินเท่ากับ Sorceress แล้ว ที่เรียกได้ว่า แม้จะเล่นเป็นตัวแรกไม่มีของเล่น แต่ก็สามารถลุยผ่านไปยังระดับ Hell และฟาร์มของอย่างเมามันได้โดยไม่ต้องซีเรียสมากเลยล่ะ (ยกเว้นเจอต้านทานตรงสายอ่ะนะ) ถ้าเพื่อนๆ คิดว่าหาของลำบาก ลองเล่น Sorceress ดูซิ บางทีอาจจะสบายขึ้นก็ได้นะ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของ Diablo 2 คลิกที่นี่